หุ้นไทยปิดร่วง 28.95 จุด เหตุต่างชาติเทขาย หวั่นเฟดลด QE แถมการเมืองกดดันหนัก คาดพรุ่งนี้รีบาวน์ กรอบ 1,350-1,400 จุด
บรรยากาศความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ เปิดตลาดดัชนีปรับตัวลดลงทันที 10 จุด และปรับตัวลดลงแรงในช่วงบ่าย ตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงจากความกังวลว่าเฟดอาจปรับลด QE ก่อนกำหนด ส่งผลให้เกิดแรงเทขายออกมาต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การเมืองในประเทศยังร้อนแรงและการชุมนุมยังยืดเยื้อ ฉุดดัชนีให้ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 1,374.37 จุด ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,395.29 จุด และปิดการซื้อขายที่ 1,375.86 จุด ลดลง 28.95 จุด (-2.06%) มูลค่าการซื้อขาย 34,420.03 ล้านบาท
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภุมิภาคเอเชีย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการลดขนาด QE ภายหลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาดี อีกทั้งตลาดบ้านเรายังมีปัจจัยการเมืองกดดันอยู่ ทำให้ขณะนี้เกิดความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจและเสถียรภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะการยกระดับการชุมนุมวันที่ 24 พ.ย.นี้จะต้องจับตาว่ามีผู้เข้าร่วมมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งปัจจัยในประเทศดังกล่าวคงทำให้นักลงทุนต่างชาติหนีหน้าไปสักพัก
ส่วนแนวโน้มการลงทุนวันพรุ่งนี้ คาดว่า ตลาดฯยังมีโอกาสที่จะรีบาวด์หลังจากวันนี้ลงไปแรง แต่คงจะขึ้นไปได้ไม่มาก เพราะยังมีโอกาสถูกขายทำกำไรด้วย เนื่องจากตลาดฯยังรับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมือง พร้อมให้แนวรับ 1,350 จุด แนวต้าน 1,400 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,452.57 ล้านบาท ปิดที่ 8.55 บาท ลดลง 0.40 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,175.06 ล้านบาท ปิดที่ 173.00 บาท ลดลง 7.50 บาท
JAS มูลค่าการซื้อขาย 1,559.57 ล้านบาท ปิดที่ 7.50 บาท ลดลง 0.60 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,481.24 ล้านบาท ปิดที่ 157.50 บาท ลดลง 6.50 บาท
BTS มูลค่าการซื้อขาย 1,290.30 ล้านบาท ปิดที่ 9.00 บาท ลดลง 0.35 บาท









