รัฐบาลนิวซีแลนด์ทำเงินได้ 365 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากการขายหุ้นในสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ ให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
หลังจากรัฐบาลแนวทางกลางขวาของนิวซีแลนด์ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะลดหุ้นในแอร์นิวซีแลนด์ลง 20% จาก 73% เป็น 53% ตามแผนการขายสินทรัพย์ของรัฐบางส่วน เมื่อวานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง "นายบิล อิงลิช" แถลงว่า การขายหุ้นสายการบินดังกล่าวทำเงินให้รัฐบาล 365 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ ซึ่งขณะนี้จัดสรรเข้ากองทุน "ฟิวเจอร์ อิสเวสต์เมนท์ ฟันด์" เพื่อนำไปสร้างสินทรัพย์ใหม่ๆ อย่างโรงเรียนและโรงพยาบาล พร้อม ๆ กับควบคุมหนี้รัฐบาล
นายอิงลิชกล่าวต่อว่า หุ้นกว่า 221 ล้านหุ้นถูกขายไปในราคาหุ้นละ 1.65 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ อันเป็นราคาเดียวกับที่ซื้อขายในวันศุกร์ก่อนที่จะระงับการซื้อขาย
การขายหุ้นแอร์นิวซีแลนด์เกิดขึ้นก่อนการลงประชามติเรื่องการขายสินทรัพย์ของรัฐบาลเพียงไม่กี่วัน โดยนับถึงขณะนี้มีการขายหุ้น 49% ในบริษัทผลิตไฟฟ้า "ไมท์ตี้ ริเวอร์" และ "เมริเดียน เอเนอร์จี"
นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัท "เจเนสิส เอเนอร์จี" น่าจะเป็นบริษัทสุดท้ายในกลุ่มที่มีการนำหุ้นออกขาย ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรัฐวิสาหกิจ "นายโทนี ไรอัล" กล่าวว่า ถึงขณะนี้โครงการขายสินทรัพย์ทำรายได้ให้รัฐบาล 4 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ พร้อมระบุว่า แอร์นิวซีแลนด์เป็นแบรนด์แข็งแกร่งที่ทั่้วโลกยอมรับ และรัฐบาลยินดีที่ความสนใจหุ้นแอร์นิวซีแลนด์อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ หุ้นแอร์นิวซีแลนด์น่าจะกลับมาซื้อขายได้อีกครั้งในวันนี้
ขณะเดียวกัน ในออสเตรเลีย ปรากฏว่าสายการบินแควนตัสได้เริ่มการรณรงค์ทางออนไลน์เพื่อล็อบบี้รัฐบาลออสเตรเลียให้ป้องกันต่างชาติเข้ายึดครองน่านฟ้าของประเทศ ผ่านการเพิ่มการลงทุนในสายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นคู่แข่งของแควนตัส
นายอลัน จอยซ์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารแควนตัส ได้เรียกร้องให้รัฐบาลระงับการเพิ่มทุนของเวอร์จิน ออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันมีสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ แอร์นิวซีแลนด์ และเอทิฮัด ถือหุ้นอยู่ 63%









