วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTT - ซื้อ

แนวโน้มปี 2557 กลับมามีกำไรเติบโต

- 4Q56 จะเห็นกำไรสุทธิอ่อนตัว QoQ
หลังโรงแยกก๊าซฯ 5 กลับมาเดินเครื่องด้วยอัตราผลิต 50% จะส่งผลบวกต่อยอดขายก๊าซฯ ของกลุ่มธุรกิจโรงแยกฯรวมทั้ง PTTGC ที่จะมีวัตถุดิบการผลิตโอเลฟินส์เพิ่ม ทำให้กำไรจากธุรกิจปกติใน 4Q56 จะปรับเพิ่ม QoQ แต่กำไรสุทธิมีโอกาสปรับลดเนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นที่ลดลงตามแนวโน้มค่าการกลั่น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบลดลงเล็กน้อยมีผลต่อระดับราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ของ PTTEP รวมทั้งการรับรู้ Stock Gain ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นที่ลดลง ด้านกำไรสุทธิ 9M56 อยู่ที่ 7.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 83% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ที่คาดไว้ที่ 9.6 หมื่นล้านบาท ทำให้เรายังคงประมาณการเดิม

- กำไรสุทธิปี 2557 มีโอกาสปรับเพิ่ม 7%YoY
แม้ว่าเราจะคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบไว้ที่ 105 เหรียญต่อบาร์เรลในปี 2557 แต่เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PTT จะเพิ่มขึ้นราว 7% YoY จาก (1) ยอดขายก๊าซฯที่เติบโต 4% YoY จากภาคการผลิตไฟฟ้า (2) ยอดขายผลิตภัณฑ์โรงแยกก๊าซฯเพิ่มจากโรงแยกก๊าซฯหน่วยที่ 5 คาดมีอัตราผลิตไม่น้อยกว่า 75% (3) กำลังการกลั่นของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากโรงกลั่นขนาดใหญ่ในกลุ่ม PTT มีแผนซ่อมบำรุงลดลง และ (4) ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ PTTGC หลังจากโรงงาน LDPE กลับมาเดินเครื่องตามปกติ รวมทั้งกำไรจากกลุ่มโอเลฟินส์ที่เพิ่มขึ้น หลังโรงแยกก๊าซฯ หน่วนที่ 5 กลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ

- การตรึงราคาขายปลีก LPG และ NGV จะยังเป็นปัจจัยกดดัน
การตัดสินใจปรับราคาขายปลีก LPG และ NGV เพื่อให้ได้ประโยชน์กับ PTT จะเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาหุ้น PTT ซึ่งยังมีผลขาดทุนจาก NGV ตามยอดขายที่เพิ่ม การตรึงราคาขายปลีก NGV ที่ 10.5 บาทต่อกิโลกรัม (หยุดให้เงินชดเชยตั้งแต่ 16 เม.ย. 55) โดยที่ PTT ได้รับเงินชดเชยเฉพาะจากกลุ่มรถขนส่งสาธารณะในอัตรา 2 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ 9M56 บริษัทมีผลขาดทุนจาก NGV รวม 1.5 หมื่นล้านบาท และมีเงินชดเชยค้างรับจากกองทุนน้ำมันกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท (ทั้ง NGV และ LPG) ส่วนการปรับราคาขายปลีก LPG ตั้งแต่ ก.ย. ที่ผ่านมาอีก 50 สตางค์ต่อกิโลกรัมเป็นเวลา 12 เดือน PTT ยังคงไม่ได้ประโยชน์เพราะส่วนที่ปรับเพิ่มจะเข้าสู่กองทุนน้ำมันฯ