สภาพัฒน์ฯหวังการลงทุนภาครัฐ ดันเศรษฐกิจไทยในปี 2557 โตสูงถึง 5%
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ประเมินเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 4.0-5.0% มีปัจจัยสำคัญและข้อเสนอ ดังนี้
เศรษฐกิจไทยในปี 2557 มีแนวโน้มขยายตัว 4.0-5.0% อัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วง 2.1-3.1% และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 0.6% ของจีดีพี
เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้สูงถึง 5.0% ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
(1) เศรษฐกิจโลกขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3.5%
(2) การเบิกจ่ายงบประมาณภายใต้กรอบแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไม่ต่ำกว่า 70% ของกรอบการจัดหางบประมาณในปี 2557 จำนวน 66,522 ล้านบาท และ 160,000 ล้านบาท ตามลำดับ
(3) การเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ไม่ต่ำกว่าเป้าหมาย 80%
(4) ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2557 ไม่สูงกว่า 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
(5) ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองไม่มีความรุนแรงจนเกิดผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน
องค์ประกอบการขยายตัว
การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภครวม ในปี 2557 ขยายตัว 2.9% เพิ่มขึ้นจากการขยายตัว 1.6% ในปี 2556 โดยที่การบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 2.7% เพิ่มขึ้นจากประมาณ 0.8% ในปี 2556 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจาก (1) การขยายตัวของรายได้เกษตรกรยังมีข้อจำกัดจากราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ยังมีแนวโน้มอ่อนตัว (2) ภาระหนี้สินภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงในขณะที่สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ และ (3) ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ในครึ่งแรกของปี 2556 ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าแนวโน้มปกติทำให้การขยายตัวของรายจ่ายบริโภคสินค้าคงทนในครึ่งแรกของปี 2557 ยังมีแรงต้านจากฐานการขยายตัวที่สูง
ในขณะที่การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคและบริโภคภาครัฐปี 2557 คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 3.8% เทียบกับ 5.8% ในปี 2556
การลงทุนรวม ขยายตัวประมาณ 7.1% เทียบกับประมาณ 0.9% ในปี 2556 โดยการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 5.8% เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวประมาณ 0.7% ในปี 2556 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก (1) แนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของการผลิตและการส่งออกซึ่งจะส่งผลให้ภาคการผลิตเริ่มขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น (2) การประมูลระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลซึ่งกำหนดราคาประมูลตั้งต้นไว้ที่ 15,190 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.7% ของการลงทุนภาคเอกชนทั้งปี และ (3) ปัจจัยพื้นฐานด้านการลงทุนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี
แต่ยังมีเงื่อนไขที่เป็นปัจจัยเสี่ยงและข้อจำกัดการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนซึ่งประกอบด้วย (1) การอ่อนตัวของค่าเงินเยนซึ่งทำให้ต้นทุนการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น (2) การใช้กำลังการผลิตในภาพรวมที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 64.0% ในเดือนกันยายน และ (3) แนวโน้มการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวในขณะที่การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 12.0% เร่งขึ้นจาก 1.3% ในปี 2556
มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ ในปี 2557 เพิ่มขึ้น 7.0% เทียบกับการไม่ขยายตัวในปี 2556 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าส่งออก 1.0% ตามสมมติฐานการประมาณการเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออก 6.0% เทียบกับ 0.3% ในปี 2556 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มการอ่อนค่าลงของเงินบาท ซึ่งจะเอื้ออำนวยต่อการฟื้นตัวของภาคการส่งออกมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเงื่อนไขในปี 2556 ในขณะที่การส่งออกภาคบริการที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวซึ่งจะทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 7.0% เร่งตัวขึ้นจากประมาณ 4.8% ในปี 2556
มูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ ในปี 2557 ขยายตัว 6.7% เทียบกับการเพิ่มขึ้นประมาณ 0.6% ในปี 2556 โดยราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 0.5% ตามสมมติฐานการประมาณการเศรษฐกิจ ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าสินค้าคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 6.2% ตามมูลค่าการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของการลงทุนในภาพรวมที่ทำให้ความต้องการนำเข้าขยายตัวสูงขึ้น เมื่อรวมกับการนำเข้าบริการซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการในปี 2557 ขยายตัว 6.2% เทียบกับประมาณ 3.4% ในปี 2556
ดุลการค้าในปี 2557 คาดว่าจะเกินดุลประมาณ 5.8 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับการเกินดุล 4.7 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2556 และดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2557 ขาดดุลประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับการขาดดุล 3.6 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2556
เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2557 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 2.1-3.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.4% ในปี 2556 เนื่องจากแรงกดดันด้านราคาน้ำมันและราคาสินค้าขั้นปฐมในตลาดโลกยังไม่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังคงมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ซึ่งส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ
การบริหารนโยบายเศรษฐกิจในปี 2557 มีแนวทางสำคัญ ดังนี้
1) การเร่งรัดการส่งออกให้สามารถขยายตัวได้เต็มศักยภาพเพื่อเป็นฐานรายได้สำหรับการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศและรองรับการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าในช่วงการดำเนินการตามแผนการลงทุนที่สำคัญของภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับ การเพิ่มรายได้จากตลาดหลักและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ รวมทั้ง ส่งเสริมการค้าชายแดนและการค้าในภูมิภาค
2) การเร่งรัดการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน โดยเร่งรัดการใช้นโยบายการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ให้มีความชัดเจน และการแก้ไขปัญหาอุปสรรคตลอดกระบวนการที่ทำให้การดำเนินโครงการลงทุนของภาคเอกชนมีความล่าช้า
3) การเร่งรัดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้พระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... และแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะยาว
4) การดูแลสภาพคล่อง ของระบบเศรษฐกิจและการเข้าถึงเงินทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงการขยายประเภทหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อ การส่งเสริมการประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน การจัดตั้งกลไกร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่ เป็นต้น









