เรือด่วนเจ้าพระยา ขอขึ้นค่าโดยสารเพิ่ม2บาท อ้างขาดทุนกว่า 26 ล้านบาท "ชัชชาติ"เบรกแต่จะปรับปรุงระบบเชื่อมต่อการเดินทาง ช่วยเพิ่มผู้โดยสาร
น.ท.ปริญญา รักวาทิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เปิดเผยว่า ได้ยื่นขอปรับอัตราค่าโดยสารเรือระยะละ 2 บาท ไปตั้งแต่ปลายปี 2554 แต่คณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าโดยสารเรือประจำทางยังไม่อนุมัติปรับราคาให้แต่อย่างใด ทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระการขาดทุนปี 2555 ประมาณ 13 ล้าน และหากภายในสิ้นปีนี้ยังไม่มีการปรับอัตราค่าโดยสารเรือ คาดว่าจะขาดทุนรวมทั้งสิ้น 26 ล้านบาท
"อัตราค่าโดยสารที่จัดเก็บขณะนี้ อยู่ในเกณฑ์ค่าน้ำมันราคาระหว่าง 22-25 บาทต่อลิตร ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม เคยหารือกันว่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยหาเงินชดเชยในส่วนอื่นมาชดเชยค่าน้ำมันให้ในส่วนที่ขาด แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ"น.ท.ปริญญากล่าว
สำหรับสาเหตุที่บริษัทประสบภาวะขาดทุนเนื่องจากอัตราค่าน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 29.99 บาท แต่ค่าโดยสารที่จัดเก็บเป็นเกณฑ์ราคาน้ำมันระหว่าง 22-25 บาทต่อลิตร ประกอบกับการปรับอัตราค่าแรงที่รัฐบาลมีนโยบายให้ปรับเพิ่มขึ้นวันละ 300 บาท ทำให้ต้นทุนค่าน้ำมันและค่าแรงสูงถึง 70% โดยไม่รวมรายจ่ายอื่นๆที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ มีแนวโน้มว่ากระทรวงคมนาคมจะหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้บริษัทไปลงทุนทำท่าเรือต่อเชื่อมกับระบบรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และอาจจะพิจารณาให้ปรับอัตราค่าโดยสารเพิ่มในส่วนของเรือด่วน
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะยังไม่พิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาตามที่บริษัทเสนอ แต่จะออกมาตรการช่วยเหลือด้านอื่นแทน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการซึ่งมีจำนวนมากถึง 30,000 คนต่อวัน เบื้องต้นจะหามาตรการจูงใจให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยามากขึ้น เช่น จะปรับเส้นทางการเดินรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพฯและปริมณฑลให้สามารถเข้าถึงท่าเรือและสามารถเชื่อมต่อกับระบบการเดินทางอื่นๆได้มากขึ้น









