วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 11-15 พฤศจิกายน 2556

เงินบาทอ่อนค่าลง จากประเด็นการเมือง ขณะที่ หุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น หลังเฟดส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น

อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.40% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ทรงตัวที่ 2.50% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย. 2556 อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินไทยน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 2.50% ต่อเนื่อง โดยตลาดคงจับตาการรายงานบันทึกการประชุมเฟดที่จะมีการเปิดเผยในวันที่ 20 พ.ย. นี้ว่าจะมีการส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายการเงินหรือไม่

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.59% ในวันศุกร์ ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 3.53% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากการเทขายของนักลงทุนต่างชาติ ก่อนที่จะปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อจากกองทุนในประเทศ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.69% ในวันพฤหัสบดี ปรับลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 2.75% ในสัปดาห์ก่อน หลังจากที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯปิดทำการในวันจันทร์ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันอังคารจากแรงเทขายของนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลว่าเฟดอาจปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์เร็วกว่าคาด หลังข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง ก่อนที่อัตราผลตอบแทนจะปรับลดลงในช่วงกลาง-สัปดาห์ หลังว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ นางเจเน็ต เยลเลน ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่เฟดจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทยังคงอ่อนค่า ทั้งนี้ เงินบาทถูกเทขายอย่างหนักช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลต่อทิศทางการเมืองในประเทศ ก่อนจะลดช่วงติดลบลงบางส่วนในช่วงต่อมา โดยแม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะยังคงขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง แต่เงินดอลลาร์ฯ ก็ถูกกดดันจากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งให้การต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า เฟดจะยังคงจุดยืนเชิงผ่อนคลายต่อไป จนกว่าจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ความวิตกต่อสถานการณ์การเมืองไทยที่ยังมีหลายประเด็นต่อเนื่อง ก็กดดันให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์

ในวันศุกร์ (15 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.62 หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือนใกล้ 31.70 ในช่วงต้นสัปดาห์ เทียบกับระดับ 31.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 พ.ย.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (18-22 พ.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-31.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/56 ของไทย ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนก.ย. ยอดค้าปลีก ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังอาจจับตาบันทึกการประชุมเฟด (29-30 ต.ค.) และข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนพ.ย. ของหลายๆ ประเทศด้วยเช่นกัน

เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรแข็งค่าในช่วงแรก ก่อนลดช่วงบวกปลายสัปดาห์ โดยเงินยูโรทยอยขยับขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ จากที่เผชิญแรงขายอย่างหนักหลังข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค. ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาด ขณะที่ ถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐฯ ในช่วงกลางสัปดาห์ ก็สะท้อนว่า เฟดจะยังไม่รีบถอยออกจากมาตรการ QE หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ อย่างไรก็ดี เงินยูโรลดช่วงบวกลงเล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ หลังจีดีพีไตรมาส 3/56 ของยูโรโซนขยายตัวเพียง 0.1% ซึ่งแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

เงินเยนอ่อนค่ากว่า 100 เยนต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินเยนถูกกดดันในช่วงแรก หลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ กระตุ้นให้นักลงทุนบางส่วนยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เฟดจะเริ่มชะลอมาตรการ QE ในปีนี้ออกไป นอกจากนี้ คำกล่าวของนายทาโระ อาโสะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นที่ว่า การแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา ยังคงถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งของทางการญี่ปุ่น ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินเยนให้อ่อนค่าจนทะลุระดับ 100 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงปลายสัปดาห์

ในวันศุกร์ (15 พ.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3443 เทียบกับ 1.3370 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 พ.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 100.37 เทียบกับ 99.07 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย

ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น หลังเฟดส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,420.66 จุด เพิ่มขึ้น 1.11% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 22.95% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 29,680.30 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อยและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 383.25 จุด เพิ่มขึ้น 2.78% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้นกลับจากนักลงทุน ก่อนที่จะปรับลดลงในวันพุธตามตลาดภูมิภาค ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในอนาคต จากนั้นตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ จากแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งแรงหนุนจากถ้อยแถลงของว่าที่ประธานเฟด ที่กล่าวถึงความจำเป็นในการดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะแข็งแกร่งขึ้น

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น โดยต้องติดตามการรายงานตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 3/2556 รวมถึงการเบิดเผยบันทึกการประชุมเฟด สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ที่อยู่อาศัย และเครื่องชี้ภาคการผลิต ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,405 และ 1,385 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,420 และ 1,435 ตามลำดับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ หลังนางเยลเลนส่งสัญญาณว่าเฟดจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป โดยเมื่อวันพฟหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 15,876.22 จุด เพิ่มขึ้น 0.73% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ ก่อนที่จะปรับลดลงในวันอังคาร หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี อาจส่งผลให้เฟดทำการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์เร็วกว่าที่ตลาดคาด จากนั้น ตลาดปรับเพิ่มขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่มีผลประกอบการที่สดใส รวมทั้งการส่งสัญาณจากนางเจเน็ต เยลเลน ที่กล่าวว่า เฟดจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป ตราบเท่าที่เศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงเปราะบาง

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังเงินเยนอ่อนค่าลง โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,165.92 จุด เพิ่มขึ้น 7.66% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ และการอ่อนค่าของเงินเยน ก่อนที่จะปรับลดลงในวันพุธ จากแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นต่อในช่วงปลายสัปดาห์ จากการส่งสัญญาณของรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นที่ต้องการให้เงินเยนอ่อนค่าเพิ่มเติม รวมทั้งท่าทีของนางเยลเลน ที่สนับสนุนการดำเนินมาตรการ QE ต่อเนื่อง