ธปท.เผยมาตรการคิวอีกระทบเศรษฐกิจไทยน้อยกว่าการเมืองในประเทศเผยการบริโภค-การลงทุนเอกชนพักฐานเร็วและกินเวลานานกว่าที่คาด
น.ส.ณชา อนันต์โชติกุล ผู้บริหารทีมกลยุทธ์นโยบายการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า มาตรการคิวอีกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงของไทยน้อย แต่นักลงทุนไทยจะมองเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้เกิดการตื่นตระหนก และหากสถานการณ์การเมืองรุนแรงในระดับหนึ่งจะส่งผลกระทบในตลาดหุ้นมากกว่ามาตรการคิวอี เห็นได้จากช่วงที่มีการประกาศใช้คิวอี 1 ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้น แต่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงสวนทาง เพราะมีการปิดสนามบิน
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยปัจจุบันมีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยบริโภคในประเทศและการลงทุนของภาคเอกชนอยู่ในช่วงพักฐาน เพื่อรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความชัดเจนของสถานการณ์ภายในประเทศ ซึ่งแม้ว่าธปท.จะคาดการณ์ไว้แล้วว่าการบริโภคในประเทศจะพักฐาน หลังหมดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การพักฐานเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด และกินเวลายาวกว่าที่มองไว้
"สถานการณ์ทางการเมืองมีความสำคัญ และกระทบกับเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยมากกว่ามาตาการคิวอี เพราะเป็นสิ่งที่กระทบกับความน่าเชื่อถือ และทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยสิ่งที่นักลงทุนกลัวคือความไม่แน่นอน ทำให้เกิดการชะลอการลงทุนออกไป"
จากการศึกษาพบว่ามาตรการคิวอี ส่งผลกระทบต่อไทย 3ช่องทางคือ 1.การปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติ 2. การส่งสัญญาณเรื่องอัตราดอกเบี้ยของตลาดหลักว่าจะอยู่ในระดับต่ำอีกนาน ทำให้เม็ดเงินไหลไปหาผลตอบแทนที่ดีกว่า ซึ่งในเอเชียมีแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจ ทำให้เงินไหลเข้า และ 3.อัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนในเอเชีย
"การที่นางเจนเนต เยลเลน ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)คนใหม่ส่งสัญญาณว่าจะใช้คิวอีต่อไป จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวเป็นที่น่าพอใจ ก็ช่วยลดความตื่นตระหนกของนักลงทุนในตลาดเงินได้ ส่วนเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลออกไม่ได้มาจากความกังวลเรื่องการลดคิวอีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจังหวะที่เศรษฐกิจในประเทศเริ่มอ่อนแอในช่วงที่จะมีการลดคิวอี ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวรุนแรงกว่าเมื่อเทียบกับภูมิภาค "








