ผู้ประกอบการอสังหาฯรับการเมืองป่วน กระทบยอดขาย ขณะที่แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 20% กระทบตลาดอสังหาฯปีนี้โตแค่ 5% จากเดิมคาดขยายตัว 10%
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ยอมรับว่าปัจจัยความวุ่นวายด้านการเมืองมีผลทำให้บรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปีลดลง โดยประชาชนชะลอการซื้อที่อยู่อาศัย ประกอบกับการเข้มงวดในการปล่อยสถาบันการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยมียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 20% จากปกติที่มีเพียง 16% จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ทำให้การขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ปีนี้เติบโตได้แค่ 5% จากเดิมเคยคาดว่าจะโตได้ถึง 10% แบ่งเป็นการเติบโต 15% ในตลาดคอนโดมิเนียมที่มีจำนวนยูนิตเปิดใหม่ 75,000 หน่วยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบขยายแค่ 5% หรือ 42,000 หน่วยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
อย่างไรก็ตาม มองว่าสถานการณ์การเมืองเป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้น จึงไม่มีผลต่อการเลือกทำเลมาใช้ในการพัฒนาโครงการ แต่ในส่วนของการขอสินเชื่อของลูกค้านั้น ทางผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะขอความร่วมมือสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรให้ปล่อยกู้การเงินก่อนช่วงกลางเดือนธันวาคม เพื่อให้ทันต่อการจดทะเบียนที่อยู่อาศัยก่อนสิ้นปี
สำหรับแนวโน้มภาคอสังหาริมทรัพย์ปี 2557 นายอธิป กล่าวว่า จะขยายตัวได้ดีกว่าปีนี้ เพราะไม่มีปัจจัยลบมากระทบ แต่ยอมรับมีความเป็นห่วงการขาดแคลนแรงงานที่จะมีผลต่อการส่งมอบที่อยู่อาศัยล่าช้า และต้นทุนวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งราคาที่ดินที่สูงขึ้นเฉลี่ย 3-5% จะมีผลให้ราคาที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้น 5% และคอนโดมิเนียมปรับสูงขึ้น 10%
ด้านนายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย ยอมรับว่า ปัจจัยด้านการเมืองส่งผลกระทบต่อตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาส 4 เนื่องจากเป็นตลาดที่นอกจากผู้ซื้ออยู่อาศัยจริงแล้ว ยังมีการลงทุน และเก็งกำไรค่อนข้างมาก ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมปีนี้ยังถือว่าเป็นสถิติสูงสุด คือ มีการก่อสร้างใหม่กว่า 75,000 หน่วย สูงกว่าเมื่อปี 2553 ที่มีการก่อสร้างใหม่ 66,000 หน่วย ซึ่งปัจจัยบวกมาจากผังเมืองใหม่ที่ออกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งกำลังซื้อประชาชนในช่วงต้นปีถึงกลางปีที่ผลักดันยอดขาย
ส่วนปี 2557 หากสถานการณ์การเมืองยังยืดเยื้อไปถึงต้นปีหน้าอาจส่งผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่ขยายตัว









