วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทส.ชงบอร์ดสวล.ปล่อยผี'คอนโด'

"วิเชษฐ์"เตรียมชงบอร์ดสวล.ลดขั้นตอนพิจารณาอีไอเอ เหลือแค่ 97 วัน นำร่องที่พักอาศัย คอนโดมีเนียม โรงแรม 8 ชั้น ไม่ต้องจัดทำรายงานอีไอเอ

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้เห็นชอบตามนโยบายที่ได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ปรับลดระยะเวลาในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ให้สั้นลง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยยังคงมาตรฐานความเข้มข้นทางด้านวิชาการและความโปร่งใส

ทั้งนี้ ขั้นตอนการพิจารณาอีไอเอ มีทั้งสิ้น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสาร โดยเจ้าหน้าที่สผ. ซึ่งสามารถปรับลดระยะเวลาลงจากเดิมภายใน 15 วัน คงเหลือภายใน 7 วัน

ส่วนขั้นตอนที่ 2 ทำความเห็นเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่ สผ.จะต้องไปตรวจสอบพื้นที่โครงการที่จะดำเนินการ เพื่อประกอบการทำความเห็นเบื้องต้นให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ภายใน 15 วัน ขั้นตอนที่ 3 คือ การพิจารณาของ คชก.ครั้งที่ 1 พิจารณารายงาน อีไอเอภายใน 45 วัน หากโครงการใดที่ คชก. มีความเห็นหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ประกอบการจะต้องนำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้คชก.พิจารณารายงาน อีไอเอ ครั้งที่ 2 ในประเด็นดังกล่าว ภายใน 30 วัน เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ในขั้นตอนนี้ สผ.ได้ออกแนวทางปฏิบัติให้ผู้มีบทบาทหน้าที่ใน คชก. อาทิ ประธาน, ฝ่ายเลขานุการ, หน่วยงานอนุญาต และผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ให้มีประเด็นเพิ่มเติมจากความเห็นที่ให้ไว้ในขั้นตอนที่ 3 เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ

สำหรับหลักเกณฑ์การปรับลดระยะเวลาการพิจารณารายงาน อีไอเอ จะนำมาใช้กับโครงการของภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการด้านที่พักอาศัย บริการชุมชนและสถานที่พักตากอากาศ ซึ่งโครงการของรัฐในปัจจุบันก็ได้ปรับใช้กรอบการพิจารณาใกล้เคียงกับโครงการของภาคเอกชน

แต่เนื่องจากผลกระทบจากโครงการของรัฐ อาจเกิดผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง จึงไม่อาจกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนได้ แต่ทส.จะพยายามปรับปรุงระบบอีไอเอ เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยใช้ประกอบการตัดสินใจในการอนุมัติโครงการต่าง ๆ ให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนต่อไป

ชง"คอนโด-โรงแรม8ชั้น"ไม่ต้องทำอีไอเอ

นอกจากนี้ ทส.ยังได้มีนโยบายในการกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ ที่สามารถขอรับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงานอีไอเอ ตามมาตรา 46 วรรคสาม ของพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 โดยจะกำหนดให้โครงการประเภทอาคารอยู่อาศัยรวม และโรงแรมที่มีความสูงน้อยกว่า 23 เมตร (8 ชั้น) และพื้นที่ใช้สอยรวมทุกอาคารน้อยกว่า 10,000 ตารางเมตร สามารถขอรับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงานอีไอเอ โดยจะต้องยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภท

และขนาดของโครงการหรือกิจการ และหลักเกณฑ์ วิธีการที่โครงการหรือกิจการสามารถขอรับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงานอีไอเอต่อไป ซึ่งมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นี้มีความเข้มข้นไม่ต่างจากมาตรการในกระบวนการพิจารณาของ คชก. รวมทั้งผู้ประกอบการจะต้องยินยอมปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว รวมถึงต้องมีการสำรวจ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงในรัศมี 500 เมตร จากพื้นที่โครงการหรือกิจการ และหน่วยงานอนุมัติจะต้องติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ซึ่งประกาศกระทรวงฯ ดังกล่าว จะนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(บอร์ดสวล.) เร็วๆ นี้

ห่วงโครงการล้นทะลักกระทบสิ่งแวดล้อม

ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิจัดการน้ำแบบบูรณาการประเทศไทย กล่าวว่า การที่นายวิเชษฐ์ สั่งให้ลดขั้นตอนการพิจารณาอีไอเอ และยังปลดล็อกโครงการคอนโดมิเนียม และโรงแรม ไม่ต้องทำอีไอเอนั้น ควรต้องมีข้อมูลสนับสนุนถึงเหตุผลในการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ที่ชัดเจนมากกว่านี้

ทั้งในแง่ของการควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าหรือไม่ รวมทั้งควรต้องมีตัวเลขที่ยืนยันว่าขณะนี้มีคอนโดมีเนียม โรงแรมกี่แห่งที่ยังติดขัดจากกระบวนการอีไอเอ หรือที่อยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณาในคชก.ซึ่งต้องมีตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย เพราะหากปลดล็อกให้กับธุรกิจคอนโด ที่พักอาศัย ซึ่งปัจจุบันมีการเติบโตสูงแล้ว อาจจะทำให้เกิดการก่อสร้างจนล้นตลาดกระทบต่อเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ถูกมองข้าม

"ขณะนี้สผ.ยังอยู่ในช่วงสุญญากาศ เนื่องจากยังไม่มีเลขาธิการสผ.ที่เกษียณอายุราชการมากว่าเดือนเศษ การที่รัฐมนตรีทส.เร่งให้แก้ขั้นตอนลดเวลาการพิจารณาอีไอเอ จึงต้องหาเหตุผลที่ดีว่าทำไมต้องเร่งรีบ จะปลดล็อกกับโครงการอื่นๆ ด้วยหรือไม่" นายหาญณรงค์ ระบุ

ด้านนายประสงค์ เอี่ยมอนันต์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติชุดปัจจุบัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยได้ยินผู้ประกอบการบ่นลับหลังว่ามีการโยกโย้ในการพิจารณาอีไอเอ โครงการคอนโด จนส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้าง และอาจเป็นสาเหตุของที่ทำให้ทส.เตรียมเสนอปรับลดขั้นตอนการพิจารณา และกำหนดหลักเกณฑ์ยกเว้นสำหรับโครงการคอนโดด้วยการกำหนดแนวทางปฏิบัติ ซึ่งส่วนตัวมองว่าอีไอเอ เป็นเครื่องมือในกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว

เพราะต้องการให้เจ้าของโครงการปฏิบัติและมีเงื่อนไขในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรณีคอนโดที่พักอาศัยต้องมีมาตรฐานสำคัญคืออยู่แล้วสะดวก ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ หากกำหนดแค่เงื่อนปฏิบัติ ถามว่าจะเข้มข้นเท่าอีไอเอหรือไม่ ตรงนี้สำคัญ เพราะปัญหาความล่าช้าของอีไอเอมาจากเจ้าของโครงการเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สผ.ยังไม่ได้นำเสนอปรับระยะเวลา และหลักเกณฑ์ใหม่ต่อบอร์ดสิ่งแวดล้อม

คอนโดฯแชมป์ขออีไอเอ

จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สผ. ได้รายงานผลการอนุมัติอีไอเอ โครงการประเภทที่พักอาศัย เดือนก.ย.2556 รวม 23 โครงการ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่กทม.มากกว่า 15 โครงการ นอกจากนี้ยังมีในเขต จ.ภูเก็ต ชลบุรี เพชรบุรี และ สมุทรปราการ เป็นต้น

ขณะที่ในภาพรวมยังพบว่าระหว่างปี 2554-2556 สผ.ผ่านความเห็นชอบรายงานอีไอเอในโครงการประเภทต่างๆ รวมกันเฉลี่ยปีละ 400-500 โครงการ ดังนี้ ปี 2554 จำนวน 470 โครงการ มากสุดเป็นโครงการประเภทอาคาร จัดสรรที่ดินและบริการชุมชนจำนวน 260 โครงการ รองลงมาเป็นประเภทเหมืองแร่ 79 โครงการ

ส่วนปี 2555 รวมโครงการที่ผ่านความเห็นชอบ 376 โครงการ มากสุดยังคงเป็นโครงการประเภทอาคาร จัดสรรที่ดินและบริการชุมชน 207 โครงการ และปี 2556 รวม 480 โครงการ มากสุดยังคงเป็นโครงการประเภทอาคาร จัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน 346 โครงการ รองลงมาเป็นประเภทเหมืองแร่ 52 โครงการ