วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีอีโอกังวลการเมืองฉุดเศรษฐกิจชะงัก

กรุงเทพธุรกิจ-ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดผลสำรวจ CEO Sentiment Index เดือน ต.ค.-พ.ย. พบผู้บริหารกังวลการเมือง ฉุดเศษฐกิจชะงัก

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจร่วมกับศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPURC) สำรวจความเห็นของผู้บริหารบริษัทจำนวน 429 คน ระหว่างวันที่ 28 ต.ค.- 5 พ.ย. 2556 เกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจและธุรกิจ พบว่าดัชนีทางเศรษฐกิจในเดือน ต.ค.เท่ากับ -16 ซึ่งต่ำสุดในรอบปี และยังเป็นระดับที่ "ลดลง"จากเดือน ก.ย.ถึง -9 สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะชะงักงันของเศรษฐกิจ ขณะที่ในเดือน พ.ย.คาดการณ์ว่าดัชนีจะมีค่า -15

ทั้งนี้ การที่ดัชนีมีค่า "ติดลบ" สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของผู้บริหารต่อปัญหาด้านการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 กลายเป็นสภาวะชะงักงันและถดถอยของเศรษฐกิจ

สำหรับปัจจัยสำคัญที่สุด 5 อันดับแรกที่ผู้บริหารเห็นว่า มีผลต่อการทำธุรกิจในเดือน ต.ค.-พ.ย.2556 คือ การเมืองภายในประเทศ 4.7 คะแนน สภาวะเศรษฐกิจของประเทศ 4.5 คะแนน ความต้องการของตลาดที่ลดลง 4.2 คะแนน ต้นทุนวัตถุดิบและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน 4.0 คะแนนเท่ากัน

ด้านดัชนีการทำธุรกิจซึ่งมี 4 ด้านด้วยกัน คือ ดัชนีด้านรายได้ ดัชนีด้านต้นทุน ดัชนีด้านสภาพคล่อง และดัชนีด้านการจ้างงานนั้น เมื่อพิจารณาถึงดัชนีด้านรายได้ในเดือนตุลาคม พบว่ามีค่าเป็น -17 และคาดว่าจะปรับลดลงเป็น -20 ในเดือนพฤศจิกายน ดัชนีด้านต้นทุนปรับลดจากเดิมมาอยู่ที่ระดับ 43 จุด และคาดว่าจะปรับลดลงอีกเป็น 35 จุดในเดือนพฤศจิกายน แต่การที่ดัชนียังมีค่าเป็นบวกแสดงว่าต้นทุนยังมีการเพิ่มขึ้น

ทิศทางที่ลดลงของรายได้และการเพิ่มขึ้นของต้นทุน ส่งผลให้ดัชนีสภาพคล่องยังคงมีค่าติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 โดยมีค่า -10 และคาดว่าจะลดลงเป็น -14 ในเดือน พ.ย.2556 ดัชนีการจ้างงานในเดือน ต.ค. มีค่า -3 จุดเท่ากับเดือนก่อนหน้าและคาดว่าจะปรับขึ้นเป็น -2 จุดในเดือนต่อไป

จากผลสำรวจเดือน ต.ค.ถึงต้นเดือนพ.ย.นี้ จะเห็นได้ว่า สถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องหลักที่ผู้บริหารมีความกังวลและต้องเฝ้าประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องว่า การผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของรัฐบาลจนนำสู่การชุมนุมของภาคประชาชนจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไร ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยและความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างประเทศ ทั้งมุมมองด้านความไม่แน่นอนทางการเมืองและความน่าเชื่อถือในอำนาจนิติบัญญัติของไทย

รวมถึงยังมีผลกระทบต่อรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในฤดูท่องเที่ยวปลายปีนี้อีกด้วย ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังไม่เห็นสัญญาณที่ดีขึ้น แม้จะเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องมีการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค