วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MAJOR - ซื้อ

กำไรงวดหดตัวตามคาดจากหน้าหนังที่อ่อนแอ

- กำไรลดลงเนื่องจากหน้าหนังอ่อนตัวลง
MAJOR รายงานผลประกอบการงวด 3Q56 มีกำไรหดตัวตามคาด เนื่องจากหน้าหนังที่อ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีภาพยนตร์ทำสถิติรายได้ Box Office สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (พี่มากพระโขนง) ทำให้บริษัทมีรายได้รวมลดลง 29% QoQ มาอยู่ที่ 1,755 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิลดลง 54% QoQ มาอยู่ที่ 201 ล้านบาท อย่างไรก็ดี กำไรยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย 3% YoY และดีกว่าที่เราคาดราว 13% เนื่องจากบริษัทมีอัตราภาษีจ่ายต่ำกว่าคาด ขณะที่ฐานะทางการเงินมีความเสี่ยงมากขึ้นจากหนี้สินที่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นกว่า 1 พันล้านบาท เนื่องจากนำเงินไปชำระคืนเจ้าหนี้การค้า จ่ายเงินปันผล และลงทุนขยายสาขาโรงภาพยนตร์

- คาดหน้าหนังจะกลับมาแข็งแรงในงวด 4Q56
แนวโน้มผลประกอบการงวด 4Q56 เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสูงขึ้น เนื่องจากมีภาพยนตร์ภาคต่อที่เคยทำรายได้ Box Office สูงในภาคก่อนหน้ารอเข้าฉายหลายเรื่อง เช่น The Hobbit 2, Thor 2, The Hunger Game 2 และ ต้มยำกุ้ง 2 โดยเฉพาะเรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร 5 (ภาคจบ) ที่คาดว่าจะเข้าฉายในเดือน ธ.ค. น่าจะทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์กลับมาคิกคักได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ช่วงปลายปียังเป็นไฮซีซั่นของการใช้งบโฆษณาซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ค่าโฆษณาในโรงภาพยนตร์อีกด้วย ทั้งนี้ งวด 9M56 บริษัทมีกำไรสุทธิคิดเป็นสัดส่วนราว 77% ของประมาณการเดิมที่เราคาดเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นจากเดิม 3% เป็น 1,162 ล้านบาท

- คงแผนเพิ่มจำนวนโรงภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง
การขยายตัวของชุมชนเมืองในต่างจังหวัดเป็นโอกาสในการเปิดโรงภาพยนตร์ใหม่เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ MAJOR เปิดโรงภาพยนตร์ใหม่ไปแล้ว 30 โรง รวมเป็น 443 โรง ตามแผน MAJOR จะขยายให้ครบ 600 โรงในปี 2558 และเพิ่มเป็น 1,000 โรงในปี 2563 ซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสสร้างรายได้จากการขายบัตรแล้วยังผลักดันยอดขายอาหารและเครื่องดื่มหลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในการทำ Movie Box Set อย่างไรก็ตาม ปี 2557 เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจปกติจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2556 ที่มีภาพยนตร์ทำสถิติรายได้ Box Office สูงเหนือความคาดหมายอย่างเรื่องพี่มากพระโขนง