วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

JAS - ซื้อ

เดินหน้าจัดตั้ง IFF เพิ่มมูลค่าหุ้น

-ขายทรัพย์สินสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมทรัพย์สิน 1.5 เท่า
JAS เผยแพร่ความเห็นที่ปรึกษาการเงินอิสระ (JVS) เรื่องการขายทรัพย์สินและการเข้าทำธุรกรรมกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธุรกิจบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต ขนาดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) 60,000 – 70,000 ล้านบาท โดยที่ปรึกษาฯ ประเมินมูลค่ายุติธรรมทรัพย์สินราว 39,500 – 47,000 ล้านบาท ทำให้การขายทรัพย์สินครั้งนี้สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมทรัพย์สินราว 1.5 เท่า บริษัทจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 25 พ.ย. เพื่อขออนุมัติเข้าทำธุรกรรมและต้องได้เสียงอนุมัติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงที่มาประชุมและมีสิทธิลงคะแนน (ไม่นับส่วนผู้ที่มีส่วนได้เสีย)

- จะบันทึกกำไรทางบัญชี 2 ส่วน
JAS จะได้รับเงินจากการขายทรัพย์สินหลังหักภาษีและค่าใช้จ่ายราว 25,760 – 30,360 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าต่อหุ้น 3.60-4.20 บาท ขณะที่กำไรทางบัญชีจากขายทรัพย์สินจะถูกบันทึกแยกกัน (1) กำไรจากส่วนต่างมูลค่ายุติธรรมทรัพย์สินกับมูลค่าตามบัญชีปีที่ส่งมอบทรัพย์สิน ประเมินมูลค่าสุทธิหักภาษีได้ 13,000 – 22,300 ล้านบาท คิดเป็นกำไรทางบัญชีต่อหุ้น 1.80-3.10 บาท และ (2) กำไรจากส่วนต่างราคาขายทรัพย์สินหักมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สิน และ เงินลงทุนหน่วยลงทุนฯ ราว 35,760-43,360 ล้านบาท โดยจะทยอยตัดจำหน่ายตลอดอายุสัญญาเช่า ทั้งนี้การบันทึกกำไรทางบัญชีทั้ง 2 ส่วนจะทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน

- การเช่าทรัพย์สินกลับจะทำให้ค่าใช่จ่ายเพิ่ม
ในช่วง 12 ปีข้างหน้า JAS จะมีภาระค่าเช่าทรัพย์สินที่ต้องจ่ายสุทธิให้กองทุน IFF ที่จะทยอยเพิ่มขึ้นจาก 2,600 ล้านบาทต่อปี ไปจนถึง 6,400 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกันที่ปรึกษาการเงินฯประเมินผลกระทบจากการเช่าทรัพย์สินต่อผลประกอบการของ JAS จากความเสี่ยงของการทำกำไร หาก EBITDA ลดลงต่ำกว่าค่าเช่าต่อปี โดยในกรณีที่แย่ที่สุด (Worst Case) หากจำนวนลูกค้า ADSL 1.5-2.0 ล้านราย และ ARPU ลดลงต่ำกว่า 560 บาทจากการแข่งขันรุนแรง ในขณะที่เราคาดว่า ARPU ของ JAS จะไม่ต่ำกว่า 560 บาทและมี EBITDA เฉลี่ย 5.5 – 7.8 พันล้านบาทต่อปี