วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เสริมคุณ คุณาวงศ์'บริหารธุรกิจด้วยหัวใจศิลปิน

'เสริมคุณ คุณาวงศ์'ผู้กว้างขวางแวดวงศิลปะหลังเลนส์ วันนี้เขาวางกล้องคู่ใจบนบ่าลง มุ่งธุรกิจอีเวนท์ครบวงจรร่วม 20ปี ฐานะซีอีโอ บมจ. ซีเอ็มโอ

ใครๆ ก็เรียกเขาสั้นๆ ว่า “พี่จก” เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานตามเวลาที่นัดหมายกันไว้ ในชุดสีดำเรียบหรู คลาสสิก แต่ภายใต้ความเรียบนั้นบ่งบอกถึงตัวตนที่มีความ "ขบถ" ทางด้านความคิดอยู่ในที ส่งยิ้มทักทายคู่สนทนา ก่อนจะเริ่มต้นเล่าว่า

ทุกวันก่อนที่จะมาทำงานที่ออฟฟิศย่านทาวน์ อิน ทาวน์ เขามักจะเจียดเวลาทำในสิ่งที่เขารักก่อนเสมอก็คือ งานศิลปะ ทั้งการแกะสลักไม้ งานวาดภาพ หรือ แม้กระทั่งการหยิบเอาปากกาหรือดินสอสักด้ามขึ้นมาขีดเขียนจนกลายเป็นงานอดิเรกของเขา นานๆ ทีหากเขามีเวลา หรือมีไอเดียการทำงานเจ๋งๆ เขาจึงจะหยิบกล้องคู่กายขึ้นมาสร้างงานศิลป์

การพูดคุยกับ "เสริมคุณ" ในวันนี้เป็นเพียงภาคหนึ่งของเขาในฐานะนักธุรกิจพันล้านที่บุกเบิกธุรกิจอีเว้นท์ครบวงจรรายแรกๆ ของเมืองไทย จุดหักเหในการเริ่มต้นทำธุรกิจในครั้งนั้น เขาเล่าว่าเกิดจากการมองเห็นช่องว่างทางธุรกิจ ที่ยุคนั้นการจัดงานอีเว้นท์ให้สินค้า หรือบริษัทห้างร้านแต่ละครั้งต้องอาศัยบริษัทโฆษณาทำให้แทบทั้งสิ้น เมื่อสบโอกาสเขาจึงเริ่มต้นฟอร์มทีมกับเพื่อนขึ้นมา 4-5 คน ตั้งบริษัท ดิอายส์ จำกัด ขึ้นมารับงานอีเวนท์

“พี่ทำทุกหน้าที่เป็นเออีเองก็เป็น ช่างภาพก็เป็น หาลูกค้าก็เอา ตอนนั้นเป็นช่างภาพอิสระทั้งภาพนิ่งและภาพยนตร์อยู่ด้วย ยุคนั้นเราให้บริการผลิตสื่อมัลติมีเดีย และมัลติวิชั่น ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากในยุคนั้นสำหรับประเทศไทย ก่อนจะค่อยๆต่อยอดมาเป็นบริษัท พีเอ็ม เซ็นเตอร์ จำกัด ในปี 2533 ให้เช่าพวกอุปกรณ์เกี่ยวกับแสงสีเสียง สำหรับการจัดงานอีเวนท์ และคอนเสิร์ต และปีถัดมาก็ตัดสินใจเปิดบริษัทให้บริการงานด้านความคิดสร้างสรรค์และการบริหารงานอีเวนท์ กับ บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นซีเอ็มโอในปัจจุบัน” เขาเล่า

เสริมคุณ ยังเล่าว่า ชื่นชอบงานศิลปะมาตั้งแต่จำความได้ โดยเห็นญาติคนหนึ่งนั่งวาดรูป ซึ่งเป็นงานวาดภาพเหมือน หรือ Portrait แนวเดียวกันกับ "อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต” ภายหลังกลายเป็นศิลปินในดวงใจของเขาโดยปริยาย เจ้าตัวบอกว่าต้องวิ่งไปดูญาติวาดรูปทุกวัน เลยกลายเป็นการซึมซับให้เป็นคนรักศิลปะ พร้อมกับโชว์ผลงานวาดภาพลายเส้นที่เขามีอยู่นับร้อยๆ ภาพบนไอแพดให้เป็นขวัญตา

การเดินทางของเสริมคุณระหว่างเส้นทางศิลปิน กับนักธุรกิจ ดูเหมือนจะขัดแย้งและหาจุดลงตัวได้ยาก ทว่าเขากลับมองว่า ไปด้วยกันได้ทั้ง 2 ส่วน เพราะธุรกิจที่ทำอยู่ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก

“ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานทุกอย่าง ขณะที่ 80% ของการทำงานก็คือ การบริหารจัดการ อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะเอาสองส่วนนี้มาจัดสมดุลได้อย่างไร"

สำหรับตัวเขา สามารถบริหารจัดการได้อย่างลงตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่มีทีมงานที่ดี เป็นทีมเวิร์ค ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน

ทุกวันนี้ ธุรกิจอีเว้นท์ของเขาเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม)

“ผมโฟกัสกลุ่มอาเซียน เพราะตลาดในประเทศเริ่มเล็ก อีกไม่นานเราจะเป็น One ASEAN ตลาดมันใหญ่ขึ้นแน่นอน หลายประเทศทั่วโลกก็สนใจอาเซียนมากขึ้น เพราะตลาดใหญ่มีคนรวมกันเกือบ 600 คน ธุรกิจอีเวนท์ก็ต้องขยายตัวตามไปด้วย”

เขายังประเมินสถานการณ์ธุรกิจอีเวนท์ในปีนี้ว่า ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสนิยมโซเซียลมีเดีย ส่งผลให้ธุรกิจ Marketing Event มีการพัฒนารูปแบบให้เชื่อมโยงระหว่างสังคมกับเทคโนโลยี ทำให้เกิดช่องว่างใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ อาทิ CSR Event อีกด้วย

เขากล่าวว่า สาเหตุที่ธุรกิจอีเวนท์ในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทข้ามชาติจากยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น ต้องการเข้ามาขยายงานในอาเซียนมากขึ้น โดยบางบริษัทเลือกที่จะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อกระจายสินค้าไปในกล่มประเทศ CLMV

อีกหนึ่งปัจจัยคือ บริษัทที่เป็น Inter Brand ในประเทศไทยต้องการขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียน ทำให้มีการเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทั้งการจัดกิจกรรมการตลาด โฆษณา และประชาสัมพันธ์ และปัจจัยสุดท้ายคือ บริษัทของคนไทยเอง (Local Brand) มีแนวคิดเช่นเดียวกันคือต้องการขยายธุรกิจไปยังตลาดอาเซียนมากขึ้น ปลุกตลาดอีเวนท์ให้ตื่นตัว

“ธุรกิจหลักๆที่นิยมใช้บริการธุรกิจอีเวนท์ก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ ธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม และธุรกิจเครื่องดื่ม รวมไปถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่มีแนวโน้มแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น” เขาระบุ

ในส่วนของผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซีเอ็มโอมีรายได้รวมประมาณ 1,200 ล้านบาท ส่วนทั้งปี "เสริมคุณ" ตั้งเป้าว่าน่าจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เขายังตั้งเป้าหมายที่ท้าทายตัวเอง คือการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากอาเซียนจาก 5% เป็น 25% ภายใน 3 ปีจากนี้ (2559) จากเครือข่ายธุรกิจที่ซีเอ็มโอเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์ในต่างต่างประเทศ

“ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว” เขามีความเชื่อเช่นนั้นสำหรับนักธุรกิจที่เป็นศิลปินเต็มขั้น "เสริมคุณ คุณาวงศ์"