'เสริมคุณ คุณาวงศ์'ผู้กว้างขวางแวดวงศิลปะหลังเลนส์ วันนี้เขาวางกล้องคู่ใจบนบ่าลง มุ่งธุรกิจอีเวนท์ครบวงจรร่วม 20ปี ฐานะซีอีโอ บมจ. ซีเอ็มโอ
ใครๆ ก็เรียกเขาสั้นๆ ว่า “พี่จก” เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานตามเวลาที่นัดหมายกันไว้ ในชุดสีดำเรียบหรู คลาสสิก แต่ภายใต้ความเรียบนั้นบ่งบอกถึงตัวตนที่มีความ "ขบถ" ทางด้านความคิดอยู่ในที ส่งยิ้มทักทายคู่สนทนา ก่อนจะเริ่มต้นเล่าว่า
ทุกวันก่อนที่จะมาทำงานที่ออฟฟิศย่านทาวน์ อิน ทาวน์ เขามักจะเจียดเวลาทำในสิ่งที่เขารักก่อนเสมอก็คือ งานศิลปะ ทั้งการแกะสลักไม้ งานวาดภาพ หรือ แม้กระทั่งการหยิบเอาปากกาหรือดินสอสักด้ามขึ้นมาขีดเขียนจนกลายเป็นงานอดิเรกของเขา นานๆ ทีหากเขามีเวลา หรือมีไอเดียการทำงานเจ๋งๆ เขาจึงจะหยิบกล้องคู่กายขึ้นมาสร้างงานศิลป์
การพูดคุยกับ "เสริมคุณ" ในวันนี้เป็นเพียงภาคหนึ่งของเขาในฐานะนักธุรกิจพันล้านที่บุกเบิกธุรกิจอีเว้นท์ครบวงจรรายแรกๆ ของเมืองไทย จุดหักเหในการเริ่มต้นทำธุรกิจในครั้งนั้น เขาเล่าว่าเกิดจากการมองเห็นช่องว่างทางธุรกิจ ที่ยุคนั้นการจัดงานอีเว้นท์ให้สินค้า หรือบริษัทห้างร้านแต่ละครั้งต้องอาศัยบริษัทโฆษณาทำให้แทบทั้งสิ้น เมื่อสบโอกาสเขาจึงเริ่มต้นฟอร์มทีมกับเพื่อนขึ้นมา 4-5 คน ตั้งบริษัท ดิอายส์ จำกัด ขึ้นมารับงานอีเวนท์
“พี่ทำทุกหน้าที่เป็นเออีเองก็เป็น ช่างภาพก็เป็น หาลูกค้าก็เอา ตอนนั้นเป็นช่างภาพอิสระทั้งภาพนิ่งและภาพยนตร์อยู่ด้วย ยุคนั้นเราให้บริการผลิตสื่อมัลติมีเดีย และมัลติวิชั่น ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากในยุคนั้นสำหรับประเทศไทย ก่อนจะค่อยๆต่อยอดมาเป็นบริษัท พีเอ็ม เซ็นเตอร์ จำกัด ในปี 2533 ให้เช่าพวกอุปกรณ์เกี่ยวกับแสงสีเสียง สำหรับการจัดงานอีเวนท์ และคอนเสิร์ต และปีถัดมาก็ตัดสินใจเปิดบริษัทให้บริการงานด้านความคิดสร้างสรรค์และการบริหารงานอีเวนท์ กับ บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นซีเอ็มโอในปัจจุบัน” เขาเล่า
เสริมคุณ ยังเล่าว่า ชื่นชอบงานศิลปะมาตั้งแต่จำความได้ โดยเห็นญาติคนหนึ่งนั่งวาดรูป ซึ่งเป็นงานวาดภาพเหมือน หรือ Portrait แนวเดียวกันกับ "อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต” ภายหลังกลายเป็นศิลปินในดวงใจของเขาโดยปริยาย เจ้าตัวบอกว่าต้องวิ่งไปดูญาติวาดรูปทุกวัน เลยกลายเป็นการซึมซับให้เป็นคนรักศิลปะ พร้อมกับโชว์ผลงานวาดภาพลายเส้นที่เขามีอยู่นับร้อยๆ ภาพบนไอแพดให้เป็นขวัญตา
การเดินทางของเสริมคุณระหว่างเส้นทางศิลปิน กับนักธุรกิจ ดูเหมือนจะขัดแย้งและหาจุดลงตัวได้ยาก ทว่าเขากลับมองว่า ไปด้วยกันได้ทั้ง 2 ส่วน เพราะธุรกิจที่ทำอยู่ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก
“ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานทุกอย่าง ขณะที่ 80% ของการทำงานก็คือ การบริหารจัดการ อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะเอาสองส่วนนี้มาจัดสมดุลได้อย่างไร"
สำหรับตัวเขา สามารถบริหารจัดการได้อย่างลงตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่มีทีมงานที่ดี เป็นทีมเวิร์ค ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน
ทุกวันนี้ ธุรกิจอีเว้นท์ของเขาเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม)
“ผมโฟกัสกลุ่มอาเซียน เพราะตลาดในประเทศเริ่มเล็ก อีกไม่นานเราจะเป็น One ASEAN ตลาดมันใหญ่ขึ้นแน่นอน หลายประเทศทั่วโลกก็สนใจอาเซียนมากขึ้น เพราะตลาดใหญ่มีคนรวมกันเกือบ 600 คน ธุรกิจอีเวนท์ก็ต้องขยายตัวตามไปด้วย”
เขายังประเมินสถานการณ์ธุรกิจอีเวนท์ในปีนี้ว่า ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสนิยมโซเซียลมีเดีย ส่งผลให้ธุรกิจ Marketing Event มีการพัฒนารูปแบบให้เชื่อมโยงระหว่างสังคมกับเทคโนโลยี ทำให้เกิดช่องว่างใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ อาทิ CSR Event อีกด้วย
เขากล่าวว่า สาเหตุที่ธุรกิจอีเวนท์ในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทข้ามชาติจากยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น ต้องการเข้ามาขยายงานในอาเซียนมากขึ้น โดยบางบริษัทเลือกที่จะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อกระจายสินค้าไปในกล่มประเทศ CLMV
อีกหนึ่งปัจจัยคือ บริษัทที่เป็น Inter Brand ในประเทศไทยต้องการขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียน ทำให้มีการเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทั้งการจัดกิจกรรมการตลาด โฆษณา และประชาสัมพันธ์ และปัจจัยสุดท้ายคือ บริษัทของคนไทยเอง (Local Brand) มีแนวคิดเช่นเดียวกันคือต้องการขยายธุรกิจไปยังตลาดอาเซียนมากขึ้น ปลุกตลาดอีเวนท์ให้ตื่นตัว
“ธุรกิจหลักๆที่นิยมใช้บริการธุรกิจอีเวนท์ก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ ธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม และธุรกิจเครื่องดื่ม รวมไปถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่มีแนวโน้มแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น” เขาระบุ
ในส่วนของผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซีเอ็มโอมีรายได้รวมประมาณ 1,200 ล้านบาท ส่วนทั้งปี "เสริมคุณ" ตั้งเป้าว่าน่าจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เขายังตั้งเป้าหมายที่ท้าทายตัวเอง คือการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากอาเซียนจาก 5% เป็น 25% ภายใน 3 ปีจากนี้ (2559) จากเครือข่ายธุรกิจที่ซีเอ็มโอเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์ในต่างต่างประเทศ
“ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว” เขามีความเชื่อเช่นนั้นสำหรับนักธุรกิจที่เป็นศิลปินเต็มขั้น "เสริมคุณ คุณาวงศ์"





