การเก็งกำไรช่วงสั้นมี 1,415 จุด เป็นจุดหมุน และ Cut Loss ถ้าต่ำกว่าหมุนลง 1,390 จุด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ล่าสุดความเสี่ยงจากการชุมนุมยังคงไม่ลดระดับลงมากนัก แม้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในวันนี้ หลังฝ่ายผู้ชุมนุมส่งสัญญาณที่จะยกระดับเป็นการขับไล่รัฐบาล ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองอื่นๆในช่วง พ.ย.2556 ยังมีอยู่ ทั้งในส่วนของการตัดสินการแก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. จากศาลรัฐธรรมนูญวันนี้, การตัดสินคดีเขาพระวิหารวันจันทร์หน้า และการที่ ป.ป.ช.จะเปิดเผยผลการสอบประเด็นทุจริตโครงการจำนำข้าว หรือระบบน้ำใน พ.ย.2556 ทำให้การปรับตัวขึ้นต่อของ SET ยังเปราะบาง และการลงทุนระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์ เรายังเน้นให้มีวินัยกับจุด Cut Loss บริเวณ 1,415 จุด เนื่องจากกรณีถอยตัวต่ำกว่า SET จะลงไปพักฐานในกรอบ 1,390 (+/-10) จุดเร็วมาก
- ขณะที่การเข้า “ทยอยสะสม” เพื่อลงทุนในระยะกลาง (1-3 เดือน) เรามองว่าหลังจากที่ศาลโลกตัดสินคดีเขาพระวิหาร (11 พ.ย.2556) แล้ว หรืออาจรอจนกระทั้งหลังกระบวนการของ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมได้รับความชัดเจนแล้ว จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกว่า โดยที่เรายังคงประเมินว่า SET มีแนวโน้มที่จะกลับมาแกว่งตัวขึ้นจริงจังอีกครั้งในช่วงปลาย พ.ย. - ธ.ค.2556 ขณะที่ล่าสุด MSCI ประกาศนำหุ้น TMB และ BTS เข้าคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard รอบเดือน พ.ย.2556 ตามคาด ขณะที่ในส่วนของดัชนี MSCI Global Small Cap มี 15 หุ้นไทยถูกปรับเข้า ได้แก่ ASP, CHG, CKP, CGD, DRT, DSGT, KCE, MBK, MC, M, MONO, NOK, RS, TUF และ ERW และปรับ 2 หุ้นไทยออก ได้แก่ MALEE และ TK
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) การ “ซื้อเก็งกำไร” ควรระมัดระวัง และมีวินัยอย่างสูงกับจุด Cut Loss บริเวณ 1,415 จุด ในหุ้นที่คาดว่าจะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ออกมาดีเท่านั้น ได้แก่ PS, LH, KCE, INET, GLOBAL, MFEC, BCP, GLOW, STEC, RS และ AOT ร่วมกับ TMB และ BTS ขณะที่ลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “คงสัดส่วนการถือหุ้น” ที่ 75%









