ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ต.ค. อยู่ที่ 76.6 ลดลง ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ต่ำสุดรอบ 19 เดือน หวั่นการเมืองฉุด GDP ปีนี้โตแค่ 3.2%
นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค. 56 อยู่ที่ 76.6 ลดลงจากเดือนก่อนที่ 77.9 ซึ่งเป็นการลดลงเดือนที่ 7 ติดต่อกันและต่ำสุดในรอบ 19 เดือน เนื่องจากความกังวลกับสถานการณ์ทางการเมืองไทย และการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจไทย ภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับลดจีดีพีลง
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและรายได้ของผู้บริโภคในอนาคตด้วย ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจโดยรวมเดือนต.ค. 56 อยู่ที่ 66.6 ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 67.9ซึ่งปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 7 เดือน และเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 19 เดือน นับตั้งแต่เดือนเม.ย. 55 เป็นต้นมา
โดยดัชนียังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 แสดงว่าผู้บริโภคยังคงขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องมาจากผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจไทยที่จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้บริโภคในอนาคต
ด้าน ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หากปัญหาทางการเมืองยังมีการยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปีก็อาจจะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจโตเพียง 3.2% จากเดิมที่คาดว่าจะมีการขยายตัวอยู่ที่ 3.5%
โดยปัญหาทางการเมืองขณะนี้ส่งผลกระทบให้ผู้บริโภคมีความกังวลและไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย รวมถึงจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะทำให้การขยายตัวของการท่องเที่ยวต่อเดือนลดลง 10-20% และมองว่าในสิ้นปีนี้จะมีความเสียหายประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้หากปัญหาทางการเมืองยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปีหน้าอาจจะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศลดลงเหลือ 4.8-5.0% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5.1%
ส่วนกรณียุบสภาของทางรัฐบาลจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ในเบื้องต้นยังไม่สามารถตอบได้ แต่มองว่าจะยังคงมีโอกาสและเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร
"หากสถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อจนถึงสิ้นปี จะมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจประมาณ 0.1-0.2%จึงทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 3.2% และหากยืดเยื้อไปจนถึงปีหน้าก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 4.8-5.0% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5.1%" ผศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว









