วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

"กิตติรัตน์"เล็งออกพระราชกฤษฎีกา แก้ไขโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้มีผลในปีภาษี 2556 หลัง พ.ร.บ.ยังไม่ผ่านสภา หวังกระตุ้นการบริโภค

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเดือนพ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) แก้ไขอัตราโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฉบับใหม่ ให้มีผลบังคับใช้ได้ทันในปีภาษี 2556 นี้ หลังจากที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ตามมาตรการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากครม.ตั้งแต่เดือน มี.ค.แต่ยังไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจากรัฐสภาได้ทัน จึงจำเป็นต้องเสนอครม.เพื่อออกเป็นร่างพ.ร.ฎ.แทน

"การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเสนอเป็นพ.ร.บ.ให้รัฐสภาพิจารณาต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง จึงทำให้ล่าช้า แต่จะแก้ไขโดยเสนอเป็นร่างพ.ร.ก.ให้ครม.แทน เพื่อให้มีผลในปีหน้า หรือคิดเป็นในปีภาษี 2556 ซึ่งรายละเอียดก็ไม่ได้แก้ไขอะไรเพิ่มเติม ยังคงใช้รูปแบบเดิมที่ครม.เห็นชอบไปแล้ว และจะเป็นการผ่อนผันการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำลงด้วย ซึ่งทุกฝ่ายจะมั่นใจว่า จะผ่านความเห็นชอบจาก ครม.และสามารถบังคับใช้ในปีภาษีใหม่ได้ทันแน่นอน"นายกิตติรัตน์กล่าว

ทั้งนี้กระทรวงการคลัง รายงานว่า การปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้ครั้งนี้ จะมีผลกระทบต่อรายได้ภาษีอากรในปีงบ 56 ประมาณ 27,000 ล้านบาท แต่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภค และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ได้กำหนดให้บุคคลธรรมดาที่มีรยได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี,ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 150,001 บาทถึง 300,000 บาท เสียภาษีในอัตรา 5% ลดลงจากเดิมที่เสียอัตรา 10%

ส่วนผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่300,001 บาทขึ้นไปถึง500,000 บาท เสียในอัตรา 10% , ตั้งแต่ 500,001 บาทขึ้นไปถึง 750,000 เสียในอัตรา15% , ตั้งแต่ 750,001 บาทขึ้นไปถึง 1ล้านบาท เสียในอัตรา 20% , ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปถึง 2 ล้านบาท เดิม 30% เหลือ 25%, ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปถึง4 ล้านบาท เสียในอัตรา 30% และตั้งแต่ 4ล้านบาทขึ้นไป เดิมเสียในอัตรา 37% ลดเหลือ 35%ส่วนห้างหุ้นส่วนสามัญเสียในอัตรา 20% ขณะที่คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ให้เสียภาษีจากรายได้พึงประเมิน 20% เช่นกัน โดยให้มีผลบังคับใช้ในปีภาษี 56 ที่จะยื่นในปี 57 เป็นต้นไป

สำหรับข้อเสนอให้เพิ่มวงเงินรายจ่ายเพื่อหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมที่หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี เพิ่มเป็น 120,000 บาทต่อปี เพื่อใช้หักจากรายได้ประจำปีนั้น นายกิตติรัตน์กล่าวว่ายังไม่ได้เสนอให้ครม.พิจารณาในขณะนี้