วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังสรุปโกงแวต4พันล้านเกี่ยวข้อง65บริษัท

คลังสรุปคดีโกงแวตมูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาท เกี่ยวข้อง 65 บริษัท ข้าราชการมีเอี่ยว เล็งตั้งกรรมการสอบ

นายประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโกงภาษีมูลค่า (แวต) จำนวน 4,000 ล้านบาท เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีโกงแวตดังกล่าว โดยกล่าวว่า คณะกรรมการฯได้รับข้อมูลจากกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 20 บริษัท จาก 45 บริษัทที่เหลือ ผลปรากฏว่า พบผู้กระทำความผิดเป็นเอกชนกลุ่มเดียวกันกับเอกชนจำนวน 20 บริษัทที่คณะกรรมการฯได้พบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และ มีข้าราชการสรรพากรเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 2 คน เป็นระดับปฏิบัติ 1 คน และระดับผู้เชี่ยวชาญ 1 คน โดยเสนอให้นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไปว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยหรือไม่

"การทำงานของคณะกรรมการฯ มีความรวดเร็วมากขึ้น หลังจากที่กระ ทรวงการคลังได้เปลี่ยนตัวอธิบดีกรมสรรพากรจากนายสาธิต รังคสิริ มาเป็นนายสุทธิชัย สังขมณี ทำให้ได้รับเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนทั้ง65 บริษัท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม"

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีบริษัทที่เกี่ยวข้องรวม 65 บริษัท ก่อนหน้านี้ หรือ ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงแวตไปแล้ว 20 บริษัท เสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังในช่วงนั้น คือ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม พิจารณาสอบวินัยข้าราชการ 18 คน ในจำนวนนี้ 14 คน ซึ่งเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ8 หรือซี8 ลงไปทางกรมสรรพากรจะเป็นผู้สอบวินัย ที่เหลืออีก 4 คนที่เป็นข้าราชการระดับ 9 ของกรมสรรพากรนั้น ทางฝั่งกระทรวงการ คลังเป็นผู้สอบวินัย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัย

"จากการตรวจสอบพบว่า ผู้กระทำความผิดกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน หรือเป็นกลุ่มเดียว ทำให้การตรวจสอบมีความง่ายมากขึ้น โดยผู้กระทำความผิดระบุว่า ได้ส่งเศษเหล็กไปต่างประเทศ เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ข้อเท็จ จริงแล้วได้ส่งเศษหินไปแทน โดยกรมศุลกากรได้ตรวจพบและแจ้งให้กรมสรรพากรรับทราบ แต่ต่อมาบริษัทเจ้าของสินค้าไปแจ้งความว่า สินค้าในตู้คอนเทรนเนอร์ถูกขโมยและเปลี่ยนสินค้าจากเศษเหล็กเป็นก้อนหินเพื่อนำใบบันทึกประจำวันไป เป็นหลักฐาน แต่ในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรก็อนุมัติคืนแวต เป็นเงินจำนวน30 ล้านบาท โดยไม่ได้ตรวจสอบว่า มีสินค้าส่งออกไปจริงหรือไม่"

นอกจากนี้แล้ว ยังพบผู้กระทำความเป็นกลุ่มที่สามคือ 25 บริษัทสุดท้ายจากจำนวนทั้งหมด 65 บริษัท โดยระบุว่า ได้ส่งคอมพิวเตอร์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่สินค้าที่ส่งออกไปจริงเป็นพืชผักผลไม้ เพื่อขอคืนภาษีแวต แต่เนื่องจากสินค้าเกษตรมีภาระภาษีแวต การอ้างว่า สินค้าที่ออกไปเป็นคอมพิวเตอร์ก็เท่ากับผู้ส่งออกได้ขอคืนภาษีแวตอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งบริษัทกลุ่มที่สามนี้ อยู่ระหว่างการสรุปสำนวน ซึ่งรวมถึง มูลค่าแวตที่ขอคืน เพื่อรายงานปลัดกระทรวงการคลังรับทราบต่อไป