บสก.ฉวยจังหวะเอ็นพีแอลรายย่อยพุ่ง ขยายไลน์ รุกซื้อหนี้สินเชื่อบุคคล-บัตรเครดิต รับอยู่กำลังชั่งน้ำหนักซื้อหนี้เน่าลิสซิ่งรถยนต์มาบริหาร
นายศักดิ์ ศรีสนั่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้แนวโน้มหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลจากสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น บสก.ได้มีนโยบายเข้าไปซื้อหนี้สินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตแล้ว เพื่อขยายธุรกิจเพิ่มเติม โดยได้เริ่มทยอยดำเนินการแล้ว ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการพิจารณาโอกาสและความเสี่ยงในการเข้าไปรับซื้อหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มาบริหารอย่างรอบคอบ เนื่องจากวิธีการติดตามหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์บสก.ได้
ทั้งนี้ ในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ มีนโยบายตัดขายเอ็นพีแอลออกมาอย่างรวดเร็วขึ้นมาก หรือ เป็นเอ็นพีแอลเพียง 6 เดือนก็ขายให้บริษัทบริหารหนี้แล้วต่างกับอดีตที่ค้างไว้เป็นเวลาหลายปีหรือจนกว่าจะไม่สามารถติดตามหนี้ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีบสก.ได้รับซื้อเอ็นพีแอลจากสถาบันการเงินมาแล้ว 14,000 ล้านบาทและช่วงเวลาที่เหลือจนถึงสิ้นปีจะซื้อหนี้เอ็นพีแอลอีก 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้รับซื้อทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) มาแล้ว 2,800 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อหนี้จากธอส. จำนวนลูกหนี้ 15,000 ราย มูลหนี้ 5,000 ล้านบาทและธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) มูลหนี้เกือบ 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันสามารถขายหนี้ไปแล้ว 12,063 ล้านบาท แบ่งเป็นเอ็นพีแอล 6,271 ล้านบาทและเอ็นพีเอ 5,792 ล้านบาท โดยมั่นใจว่ายอดขายหนี้ในปีนี้จะทะลุ 14,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 13,735 ล้านบาท ขณะเดียวกันเชื่อว่าตลอดทั้งปีนี้จะมีกำไรสุทธิสูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 3,600 ล้านบาท เนื่องจากในช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิแล้ว 3,500 ล้านบาท
ทางด้านนายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงทิศทางการชะลอตัวของตลาดรถยนต์ว่าคาดว่า ในปี 2556 ยอดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งระบบจะเติบโต 18% จากปีก่อน เทียบกับการเติบโตถึง 34% โดยประเมินว่าการฟื้นตัวจะเกิดขึ้นราวไตรมาส 2 ของปี 2557 ที่ดีลเลอร์จะสามารถแก้ปัญหารถค้างสต็อกไปได้ โดยในช่วงปลายปีนี้ที่จะมีงานมอเตอร์เอ็กซ์โป เชื่อว่าค่ายรถยนต์ทุกแห่งจะเร่งแคมเปญกระตุ้นตลาดครั้งใหญ่เพื่อระบายสต๊อกรถและลดภาระดอกเบี้ยที่ดีลเลอร์แต่ละรายแบกรับอยู่ อาทิ ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน ดาวน์ต่ำจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไทยและมีส่วนช่วยประคองตัวเลขยอดขายรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้
ส่วนสถาบันการเงินผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังระมัดระวังในการพิจารณาเครดิตของลูกค้าเพื่อควบคุมความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภาระหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ คาดส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อในช่วงไตรมาสสุดท้ายเชื่อว่าจะยังไม่เห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในสิ้นปีนี้
"หากดีลเลอร์ไม่สามารถระบายสต็อกได้ สินเชื่อก็คงไม่เป็นไปตามเป้าหมายเช่นกัน ขณะที่เอ็นพีแอลจะเพิ่มขึ้น จากรถยนต์คันแรกที่ดาวน์น้อย ผ่อนนาน ลีสซิ่งต้องตั้งสำรองเพิ่ม กระทบต่อผลกำไรขาดทุน แบงก์กับลีสซิ่งต้องกระตุ้นยอดขายมาร์จินก็บางลง ส่วนรถยึดก็ต้องขายขาดทุนมากขึ้นเพราะจำนวนรถยึดเพิ่มขึ้นซึ่งเฉลี่ยแล้วน่าจะขาดทุนจากการขายรถยึดประมาณ 20% ปัญหาเหล่านี้กระทบต่อลิสซิ่งกสิกรไทย เช่นกัน เพราะ ลิสซิ่งกสิกรไทยปล่อยสินเชื่อให้ดีลเลอร์สูงเป็นอันดับ 2 ของอุตสาหกรรม หรือคิดเป็นมาร์เก็ตแชร์ที่ 15% คิดเป็นวงเงิน 10,000 ล้านบาท แม้ว่าในขณะนี้สินเชื่อที่ปล่อยให้กับดีลเลอร์ ยังไม่เป็นเอ็นพีแอล"
สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2556 บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อและลิสซิ่งรถยนต์ใหม่ได้ 55,732 ล้านบาททำให้ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 86,809 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 96,794 ล้านบาท หรือคิดเป็น 89.68% ของเป้าหมาย โดยมีเอ็นพีแอล อยู่ที่ 0.83% และมีกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท ซึ่งตลอดทั้งปีนี้มองว่าสินเชื่ออาจจะต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อยหรืออยู่ที่ประมาณ 90,000 ล้านบาทเศษ
"ในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2556 ตลาดรถยนต์ยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัวจากผลกระทบด้านการส่งมอบรถในโครงการรถยนต์คันแรกสิ้นสุดลงอีกทั้งแรงกดดันด้านราคาในตลาดรถยนต์มือสองที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ลีสซิ่งกสิกรไทย จึงเน้นทำการตลาดในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปีนี้ตลาดบิ๊กไบค์จะขยายตัวออกไปได้อีกมากจากการที่ค่ายรถจักรยานยนต์ต่างประเทศทยอยมาตั้งโรงงานผลิตในไทยเพื่อรองรับการปิดเสรีภายใต้กรอบเออีซีในปี 2558 ส่งผลให้ราคาขายบิ๊กไบค์ถูกลงรวมทั้งมีกลุ่มเป้าหมายที่นิยมบิ๊กไบค์มากขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้สูงมีงานอดิเรกชอบการเดินทางท่องเที่ยวเป็นหลักโดยคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ปีนี้น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 70,000 คันเติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 45%"









