พลังงานแจ้งความดำเนินคดีโรงบรรจุก๊าซลอบขายแอลพีจีข้ามสาขา 86 ราย
นายสมนึก บำรุงสาลี อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึง การป้องกันปัญหาการลักลอบขนส่งก๊าซแอลพีจี ไปขายข้ามสาขา จากภาคครัวเรือนไปยังภาคขนส่ง เพื่อรับประโยชน์จากส่วนต่างของราคา ว่า กรมธุรกิจพลังงานยังประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบและติดตามโรงบรรจุก๊าซแอลพีจี ที่กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ดำเนินการอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มีการแจ้งความดำเนินคดีกับโรงบรรจุก๊าซแล้ว 86 ราย จากโรงบรรจุก๊าซที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 480 ราย โดยคดีอยู่ในชั้นศาลเพื่อรอคำพิพากษาตัดสิน จำนวน 31ราย และที่เหลืออีกจำนวน 55 ราย อยู่ในระหว่างการดำเนินการทำสำนวนของทางอัยการ
ทั้งนี้ เนื่องจากราคาแอลพีจีระหว่างภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง ยังมีส่วนต่างของราคาอยู่ประมาณ 2.25 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งยังจูงใจให้เกิดการลักลอบขนส่งข้ามสาขาอยู่ ถึงแม้ว่าตัวเลขการลักลอบจะลดน้อยลงมามากแล้วก็ตาม
สำหรับพฤติกรรมการลักลอบขนส่งแอลพีจีข้ามสาขา จากภาคครัวเรือนไปยังภาคขนส่ง นั้น มีต้นทางอยู่ที่ โรงบรรจุก๊าซ ที่จะมีรถบรรทุกขนส่งก๊าซ หรือจ้างวานรถขนส่งก๊าซ ตามมาตรา12 ที่วิ่งไปรับก๊าซจากผู้ค้ามาตรา7 และส่งตรงไปยังปั๊มแอลพีจี โดยไม่เข้ามายังโรงบรรจุ หรืออาจจะมีกรณีของการถ่ายเทแอลพีจีลงไปยังโรงบรรจุเพียงบางส่วนและที่เหลือก็ส่งไปยังปั๊มแอลพีจี ซึ่งค่อนข้างจะตรวจสอบได้ยากจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งการออกมาตรการควบคุมการบรรจุก๊าซตามขีดความสามารถของโรงบรรจุ คือแต่ละหัวบรรจุ จะบรรจุได้ไม่เกิน 62,400 กิโลกรัมต่อเดือน โดยโรงบรรจุก๊าซรายใด มีปริมาณการบรรจุ สูงเกินกว่าขีดความสามารถ ก็อยู่ในข่ายว่ามีการลักลอบ ขนส่งแอลพีจีไปจำหน่ายข้ามสาขา และจะมีการตรวจสอบเพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า หากระดับราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนปรับราคาขึ้นมาเท่ากับภาคขนส่งแล้ว คาดว่าปัญหาดังกล่าวจะหมดไปในที่สุด









