วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระวังการปรับฐานหลังเศรษฐกิจโตชะลอลง

ตัวเลขเศรษฐกิจบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง

เห็นได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนต.ค.ที่เพิ่มขึ้นไม่มากเป็น 50.9 จาก 50.2 ในเดือนก.ย., ดัชนี PMI ภาคการผลิต & บริการเบื้องต้นเดือนต.ค.ของยูโรโซนลดลงเป็น 51.5 จาก 52.2 ในเดือนก.ย., ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 51.1 จาก 52.8 ในเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐสำรวจโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนต.ค.ร่วงลงเป็น 73.2 จากระดับ 77.5 ในเดือนก.ย.

MSCI World Index และ MSCI Asia Pacific Ex-Japan เริ่มมีการปรับฐาน หลังจากปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา ปัจจัยหนุน คือ ความวิตกเรื่องงบประมาณและการขยายเพดานหนี้สหรัฐผ่อนคลายลงในช่วงสั้นหลังคองเกรสอนุมัติงบประมาณและให้ขยายเพดานหนี้ชั่วคราวถึงต้นปีหน้า รวมทั้งคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงใช้ QE3 ต่อไปอย่างน้อยถึงสิ้นปี 56 ทั้งนี้ในระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยบวกที่มีนัยสำคัญเข้ามากระตุ้น การรายงานผลประกอบการ 3Q56 ช่วยหนุนตลาดได้บ้างแต่ไม่มาก ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศชั้นนำก็เติบโตชะลอตัวลง

สำหรับในประเทศ : จับตาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมือง ทางธปท.ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP Growth ของไทยปี 56-57 ลงเป็น 3.7% และ 4.8% จากเดิม 4.2% และ 5.0% ตามลำดับ สะท้อนการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวนานกว่าที่ประเมินไว้ และการเบิกจ่ายภาครัฐน้อยกว่าคาด รวมทั้งการส่งออกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยสินค้าส่งออกบางกลุ่มมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันที่ด้อยกว่าคู่แข่ง เช่น สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่เราสู้ผู้ประกอบการในไต้หวันและเกาหลีไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองมากขึ้นหลังจากรัฐบาลจะนำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าพิจารณาในสภา รวมทั้งศาลโลกจะประกาศคำตัดสินคดีเขาพระวิหารในวันที่ 11 พ.ย.นี้ด้วย

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เลือกซื้อหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากความเสี่ยง/ความไม่แน่นอนภายนอกและภายในจำกัด โดยกำไรสุทธิในปี 56-57 ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง หรือมี Turnaround ชัดเจนในปีหน้า รวมทั้งมี Valuation ไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร ซึ่งหลักทรัพย์ที่น่าสนใจ ได้แก่ RS, THCOM, STPI, TUF