เตือนเฟดลดใช้คิวอีไม่ชัดป่วนตลาดบอนด์ สมาคมตราสารหนี้เผยเดือนต.ค.เงินไหลออก 2.8 หมื่นล้าน ส่วนใหญ่ครบอายุไม่ได้เกิดจากการขายของต่างชาติ
นายสุชาติ ธนฐิติพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (THAIBMA) เปิดเผยว่า การขยายเพดานหนี้ของสหรัฐชั่วคราวเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา นั้น ทำให้ภาพรวมดูคลี่คลายขึ้นก็จริง แต่ปัจจัยหลักที่ยังส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นเรื่องของการชะลอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ คิวอีของสหรัฐ เป็นสำคัญ ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ยังต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดในช่วงการประชุมที่เหลือช่วงปลายเดือนต.ค. และกลางเดือนธ.ค.ปีนี้
เขากล่าวว่าแม้ตลาดส่วนใหญ่ จะมองว่าการชะลอมาตรการคิวอีไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ แต่เมื่อยังไม่มีความชัดเจนออกมาก็ยังคงเป็นปัจจัยที่รบกวนตลาดอยู่ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ 21,000 ล้านบาท โดยต่างชาติซื้อสุทธิประมาณ 34,600 ล้านบาท แบ่งเป็นซื้อตราสารหนี้ระยะสั้น 33,000 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ระยะยาว 1,600 ล้านบาท แต่ก็มีตราสารหนี้ที่ครบอายุไปประมาณ 56,000 ล้านบาท จึงทำให้ในภาพรวมมีเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
"ภาพรวมในเดือนต.ค.ระหว่าง 1 - 18 ต.ค.นี้ เงินต่างชาติยังไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ประมาณ 28,000 ล้านบาท แม้จะมียอดซื้อสุทธิเข้ามา 33,500 ล้านบาท แบ่งเป็นซื้อสุทธิตราสารหนี้ระยะสั้น 29,000 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ระยะยาว 4,400 ล้านบาท แต่ก็มีตราสารหนี้ที่ครบอายุไปประมาณ 62,000 ล้านบาท เป็นการไหลออกจากการครบอายุ ไม่ใช่เกิดจากแรงขายของต่างชาติแต่ประการใด"
โดยแรงซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นที่เข้ามามากส่วนหนึ่งคงเพื่อชดเชยกับตราสารหนี้ที่หมดอายุไปด้วย ในส่วนของอัตราผลตอบแทนดัชนีพันธบัตรเองก็ปรับลงมาไม่มากเฉลี่ย 0.05 - 0.07% เท่านั้น แสดงว่าเงินลงทุนใหม่จริงๆ ของต่างชาติยังคงชะลอการลงทุนอยู่
นายสุชาติ ยังกล่าวอีกว่า หากนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันคือ18 ต.ค. 2556 นักลงทุนต่างชาติมีเงินไหลเข้าสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยแล้วประมาณ 33,500 ล้านบาท โดยมียอดซื้อสุทธิ 442,000 ล้านบาท แบ่งเป็นซื้อตราสารหนี้ระยะสั้น 318,000 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ระยะยาว 124,000 ล้านบาท แต่ก็มีตราสารหนี้ที่ครบอายุไป 410,000 ล้านบาท
"การประชุมเฟดไม่ว่าจะมีบทสรุปเกี่ยวกับมาตรการคิวอีลักษณะใด จะส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนอีกครั้ง ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศปกติไม่ได้มีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้อยู่แล้ว"






