"ฮุนได มอเตอร์" รายงานผลกำไรสุทธิรายไตรมาสเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมียอดขายที่แข็งแกร่งในจีนและบราซิลแม้ยอดขายในเกาหลีใต้และสหรัฐซบเซา
ฮุนได มอเตอร์ซึ่งเคยเป็นบริษัทที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก เริ่มสูญเสียจุดเด่นของตน โดยส่วนแบ่งตลาดสหรัฐของฮุนไดอยู่ในช่วงซบเซา เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่าทำให้คู่แข่งจากญี่ปุ่นได้เปรียบ นอกจากนี้ ฮุนไดยังต้องเผชิญกับแรงเสียดทานจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ "บีเอ็มดับเบิลยู" และ "โฟล์คสวาเก้น" ในตลาดบ้านเกิดของตน อันเป็นผลจากข้อตกลงการค้าทวิภาคี
การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์เพิ่มแรงกดดันต่อฮุนไดในเวลาเดียวกันกับที่บริษัทต้องดิ้นรนกับข้อจำกัดด้านสมรรถนะและรถรุ่นเก่าอย่าง "โซนาต้า"
ฮุนได มอเตอร์ ผู้ผลิตรถรายใหญ่อันดับ 5 ของโลกร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง "เกีย มอเตอร์ คอร์ป" แถลงว่า ในไตรมาส 3 นับถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทมีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.9% จากปีก่อนหน้าเป็น 2.3 ล้านล้านวอน หรือราว 66,000 ล้านบาท สูงกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยของผลสำรวจธอมป์สัน รอยเตอร์ เล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ 2.17 ล้านล้านวอน
นอกจากนี้ ฮุนไดยังระบุว่ามีผลกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2 ล้านล้านวอน และมีรายได้ 20.8 ล้านล้านวอน
ยอดการส่งออกรถทั้งหมดเพิ่มขึ้น 11% เป็น 1.1 ล้านคันในไตรมาสที่สาม ได้อานิสงส์จากฐานการผลิตแห่งใหม่ในบราซิลและจีนที่ช่วยชดเชยการเสียรายได้จากการประท้วงหยุดงานของพนักงานในเกาหลีใต้
ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในจีนและบราซิลช่วยกระตุ้นยอดขายในตลาดทั้งสองแห่งและช่วยลดผลกระทบจากความต้องการที่ซบเซาในสหรัฐและเกาหลีใต้
บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า ฮุนได มอเตอร์ ได้เพิ่มโปรโมชั่นการขายในสหรัฐและเกาหลีใต้ในไตรมาสที่สามเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าจากบริษัทคู่แข่ง และกระตุ้นความต้องการซื้อรถรุ่นเก่าของตน









