แนวโน้มธุรกิจ"ทีวีดิจิทัล"แข่งขันสูง แย่งเม็ดเงินโฆษณาฟรีทีวีก้อนเดิม หวั่นช่วงเริ่มต้นผู้ประกอบการขาดทุนหนัก จับตาเปลี่ยนมือหลังประมูล
หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง (บสก.) รุ่น4 สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาสาธารณะ เรื่อง “ทีวีดิจิทัล ประชาชนได้อะไร?” เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงสัญญาณโทรทัศน์จากอนาล็อกสู่ระบบดิจิทัลของประเทศไทย และกระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่าการจัดสรรคื่นความถี่ "ทีวีดิจิทัล" ในเฟสแรก จำนวน 48 ช่อง ประกอบไปด้วยช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง ,บริการชุมชน 12 ช่อง และบริการธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งเป็นคลื่นความถี่สาธารณะที่มีจำกัดและต้องจัดสรรอย่างเท่าเทียม ดังนั้นในช่องบริการธุรกิจ ตามกฎหมายกำหนดให้ใช้การ“ประมูล”เพื่อคัดเลือกผู้ชนะ ซึ่งเป็นวิธีการที่มีความโปร่งใสที่สุด โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่จัดให้มีการประมูลคลื่นทีวีดิจิทัล ขณะที่ช่วงเริ่มต้นในต่างประเทศในวิธีคัดเลือก (บิวตี้ คอนเทสต์) และกำลังปรับมาใช้วิธีการประมูลเพื่อความโปร่งใสในการจัดสรรคลื่นความถี่เช่นกัน
การจัดสรรคลื่น“ทีวีดิจิทัล”ใหม่ จะทำให้เกิดช่องรายการ “ฟรีทีวี” เพิ่มจากระบบอนาล็อก 6 ช่อง เป็น 48 ช่อง ทำให้ผู้ชมมี “ทางเลือก” ในการรับชมคอนเทนท์รายการใหม่ๆและมีคุณภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกันถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงจากจำนวนช่องที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นหากผู้ประกอบการที่ชนะประมูล โดยเฉพาะกลุ่มทุนขนาดกลาง หากไม่สามารถประกอบกิจการอยู่รอดได้ ตลอดอายุใบอนุญาต 15 ปี แนวทางที่สามารถทำได้ คือ คืนคลื่นฯทีวีดิจิทัลให้ กสทช. นำไปจัดประมูลใหม่ และเปิดทางให้ ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน ทีวีดิจิทัล เข้ามาเป็นดำเนินการแทน ด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้น หรือขายกิจการให้กับรายใหม่ โดยต้องไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ของ กสทช. ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการแต่ละราย เป็นเจ้าของทีวีดิจิทัลแต่ละประเภท ได้เพียง 1 ช่องเท่านั้น โดยผู้ประกอบการ 1 รายสามารถเป็นเจ้าของทีวีดิจิทัลสูงสุด 3 ช่อง คือช่องเอชดี ,วาไรตี้ และเด็ก ซึ่งห้ามถือครอง "ช่องเอชดีและช่องข่าว" คู่กัน
"เชื่อว่ามีโอกาสที่กลุ่มทุนขนาดกลาง ที่ชนะการประมูล อาจไม่สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขันสูง และทำให้เห็นการเข้ามา เทก โอเวอร์ กิจการผู้ที่ชนะการประมูล หลังเริ่มดำเนินธุรกิจไปแล้ว 3-5ปี ซึ่ง กสทช. จะออกประกาศหลักเกณฑ์การถือหุ้นของบริษัทที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน มาบังคับใช้ โดยยึดหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ เป็นหลักในการพิจารณา" นายธวัชชัย กล่าว
ชงบอร์ดกสท.ขายกล่องทีวีดิจิทัล
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่าหลังจาก กสท. อนุมัติมาตรฐานและการจัดจำหน่าย "จอทีวี" ที่มีเครื่องรับสัญญาณดิจิทัล ระบบ DVB- T2 หรือ บิวท์อิน จูนเนอร์ จำนวน 4 แบรนด์ 54 รุ่น ไปเมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ชมสามารถมี "ทางเลือก" ในการรับชมช่องรายการทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น ตนเองจะเสนอที่ประชุม บอร์ด กสท. ในวันจันทร์นี้ ( 21 ต.ค.) ให้เร่งพิจารณาอนุมัติการนำเข้าและจัดจำหน่าย "กล่องรับสัญญาณ" (set top box) ทีวีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชน ที่สนใจรับชมช่องรายการทีวีดิจิทัล ซึ่งช่องฟรีทีวี อนาล็อกทดลองออกอากาศคู่ขนาน ได้พิจารณาเลือกซื้อกล่องทีวีดิจิทัล ไปติดตั้งกับจอทีวีเก่าทุกรุ่นที่มีอยู่ในครัวเรือน เพื่อรับชมช่องทีวีดิจิทัล โดยไม่จำเป็นต้องซื้อจอทีวีระบบดิจิทัล บิวท์อิน ปัจจุบันกล่องทีวีดิจิทัลมีราคาจำหน่ายประมาณ 1,000 บาท
หลังจากมีการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทช่องบริการธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงกลางเดือนธ.ค.นี้ เรียบร้อยแล้ว ในปีหน้า กสทช. จะเริ่มดำเนินการแจก"คูปอง" เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องทีวีดิจิทัล และ จอทีวีระบบดิจิทัล บิวท์อิน โดยจะพิจารณาแจกคูปอง ให้สอดคล้องกับพื้นที่ส่งสัญญาณโทรทัศน์ ของผู้ประกอบการโครงข่าย ซึ่ง กสทช. กำหนดให้ปีแรก โครงข่ายต้องส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 50% ของครัวเรือนไทย ปีที่สอง 80% ปีที่สาม 90% และปีที่สี่ 95%
ชี้ทุนใหญ่ทีวีดิจิทัลรอด5ราย
นางจำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด และนายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่าทีวีดิจิทัล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่อ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนทั้งเทคโนโลยีใหม่และเนื้อหารายการที่นำเสนอผ่านหน้าจอ เพื่อตอบโจทย์การรับชมในทุกแพลตฟอร์มของผู้ชมไทยในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น จอทีวี อินเทอร์เน็ตทีวี รวมทั้งการรับชมผ่านสมาร์ทดีไวซ์
หากพิจารณารายชื่อผู้ซื้อซองประมูลทีวีดิจิทัล รวม 49 ซอง จาก 33 บริษัท จะเห็นว่ามีผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้งกลุ่มฟรีทีวีรายเดิม กลุ่มทุนโทรคมนาคม และกลุ่มทุนหน้าใหม่ที่สนใจธุรกิจโทรทัศน์ ในช่วงเริ่มต้นการส่งสัญญาณโครงข่ายปีแรกที่ 50%ของครัวเรือนทั่วประเทศ ขณะที่ กสทช.กำหนดให้ผู้ชนะประมูลทีวีดิจิทัล ต้องออกอากาศภายใน 30 วัน ดังนั้นในช่วง 2 -3 ปีแรก ผู้ประกอบการช่องจะต้องแบกรับต้นทุนจากการผลิต ค่าโครงข่าย และค่าใบอนุญาต ขณะที่การหารายได้จากค่าโฆษณาอาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่าย เนื่องจากการส่งสัญญาณยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ
การบริหารทีวีดิจิทัลใน 2-3 ปีแรก ถือเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการลำบาก จากการแบกรับภาระต้นทุนสูง หากเป็นกลุ่มขนาดกลาง สายป่านไม่ยาว อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดทุน และไม่สามารถอยู่รอดได้ จนต้องเปลี่ยนมือในที่สุด เชื่อว่าผู้ที่อยู่รอดได้ในสมรภูมิทีวีดิจิทัล จะเป็นกลุ่มทุนใหญ่ราว 5-6 ราย
"การเปลี่ยนสู่ยุคทีวีดิจิทัลครั้งนี้ ยาจกอาจเป็นเศรษฐี และเศรษฐีอาจกลายเป็นยาจกได้ เพราะเป็นอุตสาหกรรมสื่อที่มีทั้งโอกาสและความท้าทายในการทำธุรกิจ กสทช. จึงควรดูแลผู้ประกอบการ เพื่อให้อยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่สวยงามของทีวีดิจิทัลไทย" นางจำนรรค์ กล่าว
เอเยนซี่ชี้งบโฆษณาทีวีเท่าเดิม
นายปัณณ์ เสริมสุขสกุลชัย ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ บริษัทมีเดียคอม จำกัด ธุรกิจมีเดียเอเยนซี วางแผนซื้อสื่อโฆษณา กล่าวว่าปัจจุบันพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภคไทยนิยมสื่อทีวีมากที่สุดที่เข้าถึงครัวเรือนไทยกว่า 90% เห็นได้จากงบโฆษณาซื้อสื่อโฆษณามูลค่า 1แสนล้านบาทต่อปี ฟรีทีวีครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 60% หรือกว่า 6 หมื่นล้านบาท
ดังนั้นเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัล ที่มีจำนวนช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้น จาก 6 ช่องอนาล็อก เป็น 48 ช่องระบบดิจิทัล และเป็นประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง เชื่อว่างบโฆษณาทีวีจะอยู่"เท่าเดิม" เพราะหากสินค้าไม่สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้น ก็ไม่สามารถเพิ่มงบโฆษณาได้เช่นกัน ทีวีดิจิทัลจะทำให้รูปแบบการใช้งบโฆษณาจะกระจายไปยังช่องต่างๆ ที่มีเรทติ้งผู้ชมสูง โดยผู้ชมจะมีทางเลือกในการรับชมคอนเทนท์มากขึ้น ดังนั้นช่องที่อยู่รอดได้ จะต้องมีนำเสนอเนื้อหารายการที่โดดเด่น เพื่อสร้างเรทติ้งผู้ชมและดึงดูดงบโฆษณา
"ปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อทีวีเป็นช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างที่สุด เมื่อผู้ชมอยู่ที่ช่องไหน เม็ดเงินโฆษณาก็จะเทไปที่ช่องนั้น" นายปัณณ์ กล่าว
นักวิชาการหวั่นขาดบุคลากร
นางสาวสุภาพร โพธิ์แก้ว หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าที่ผ่านมาคนไทยคุ้นเคยกับสื่อดิจิทัล ที่มีสื่ออย่างหลากหลายและช่องรายการจำนวนมากให้รับชมทั้งทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ซึ่งมีผู้ชมเข้าถึงช่องทางดังกล่าวแล้วกว่า 50% ขณะที่เสาก้างปลาเหลืออยู่ราว 19% ของครัวเรือนไทยในปัจจุบัน
ทั้งนี้ เทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยเพิ่มจำนวนคลื่นความถี่ ให้มีความหลากหลายในการนำเสนอคอนเทนท์รายการ โดยผู้ชมจะต้องเรียนรู้ในการรับสาร ขณะที่ผู้ผลิตคอนเทนท์ต้องมีความรับผิดชอบต่อการผลิตคอนเทนท์และผู้ชม ด้วยการผลิตรายการคุณภาพ
การเปลี่ยนผ่านในยุคทีวีดิจิทัล กลุ่มผู้ผลิตจะต้องเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรจำนวนมาก เพราะต่อไปนักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านการผลิตคอนเทนท์ จากช่องทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิม และผู้ผลิตคอนเทนท์หน้าใหม่ ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความหลากหลายในการผลิตรายการ
"ช่วงแรกการออนแอร์ทีวีดิจิทัล อาจไม่มีคอนเทนท์ที่เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้จำนวนช่องจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากช่องใหม่ยังไม่พร้อมผลิตรายการ ทำให้มีการรีรันเนื้อหารายการ กสทช. จะต้องเข้าไปกำกับดูแล อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นหลักประกันคุณภาพ และมีทางเลือกรับชมคอนเทนท์ที่หลากหลาย" นางสาวสุภาพร กล่าว








