วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดราคา'โครงข่าย'ทีวีดิจิทัล'เอกชนชงกสทช.กำกับต้นทุน

กสทช.เตรียมเปิดราคา"โครงข่าย"ล่วงหน้า เล็งเคาะก่อนยื่นซองประมูล 28-29 ต.ค.นี้ เร็วกว่ากำหนดเดิมแจ้งล่วงหน้า 30 วันก่อนเริ่มประมูล

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่าผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตโครงข่าย (Mux) 4 ราย ประกอบด้วย อสมท ,กองทัพบก (ช่อง5) , กรมประชาสัมพันธ์ (ช่อง11) และไทยพีบีเอส รวม 5 โครงข่าย โดยช่อง5 ได้รับใบอนุญาต 2 โครงข่าย ส่วนรายอื่นๆ ได้รับใบอนุญาต 1โครงข่าย ทั้งหมดได้เสนอราคาค่าบริการมาให้ กสทช. พิจารณาแล้ว

ขั้นตอนจากนี้ กสทช.จะประกาศราคาค่าบริการโครงข่ายทุกราย ภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ หรือ 1 สัปดาห์ก่อนกำหนดยื่นซองประมูลทีวีดิจิทัล ในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นการแจ้งราคาล่วงหน้าก่อนกรอบเวลาเดิม ที่กำหนดประกาศราคาภายใน 30 วัน ก่อนเริ่มประมูลทีวีดิจิทัลในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ แต่ละโครงข่ายจะให้บริการช่องรายการเอสดี (SD) 6ช่อง และเอชดี (HD) 2 ช่อง ซึ่งการให้ใบอนุญาตทั้ง 5 โครงข่ายสามารถรองรับการให้บริการทีวีดิจิทัลประเภทธุรกิจ 24 ช่อง และสาธารณะ 12 ช่อง

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. ระบุว่าขณะนี้ผู้ได้รับใบอนุญาตโครงข่ายทั้ง 4 ราย ได้เสนอราคาค่าบริการรอบที่สองมาให้ กสท.พิจารณาแล้ว โดยค่าบริการช่องเอสดี รายเดือน อสมท เสนอราคาสูงสุดที่ 5 ล้านบาท ,ช่อง5 ราคา 4.79 ล้านบาท ,ช่อง11 ราคา 4.5 ล้านบาท และไทยพีบีเอส ต่ำสุดที่ราคา 4 ล้านบาท

ส่วนค่าบริการช่องเอชดี รายเดือน อสมท เสนอราคาสูงสุดที่ 15 ล้านบาท ,ช่อง 5 ราคา 14.3 ล้านบาท ,ช่อง 11 ราคา 13.5 ล้านบาท และไทยพีบีเอสต่ำสุดที่ราคา 9 ล้านบาท โดยผู้ให้บริการโครงข่ายทุกรายเสนอขอปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น 3% ทุกปี ตามภาวะต้นทุนและอัตราเงินเฟ้อ โดย อสมท และช่อง 5 เสนอแผนขยายพื้นที่ส่งสัญญาณทั่วประเทศภายใน 2 ปี

"เอกชน"หวังกสทช.กำกับราคา
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าหากพิจารณาราคาค่าโครงข่ายที่เสนอสูงสุดคือ อสมท ช่องเอสดี ปีละ 60 ล้านบาท และช่องเอชดี ปีละ 180 ล้านบาท ถือเป็นอัตราที่"สูงมาก" เมื่อเปรียบกับราคาที่ผู้ประกอบการได้มีการนำเสนอในช่วงแรก เพราะหากประเมินจากการลงทุนของแต่ละโครงข่ายซึ่งอยู่ที่ระดับ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อราย ภายใต้ระยะเวลาใบอนุญาต 15 ปี แต่ละโครงข่ายจะมีรายได้จากค่าบริการรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณดิจิทัลจะอยู่ในช่วง 4 ปีแรกตามประกาศฯ กสทช. ที่กำหนดให้ต้องส่งสัญญาณทั่วประเทศ

ดังนั้นกสทช.ควรมีมาตรการกำกับ"ต้นทุน" ผู้ให้บริการ โดยกำหนดให้แสดงต้นทุนที่แท้จริงและอัตราค่าบริการที่เรียกเก็บเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาความเหมาะสม พร้อมทั้งกำกับดูแลคุณภาพและราคาแต่ละโครงข่ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะราคาที่ควรอยู่ในอัตราใกล้เคียงกัน และมองว่าราคาที่เหมาะสมสำหรับช่องเอสดีต่อปีควรอยู่ที่ 30 ล้านบาท ส่วนเอชดี ปีละไม่เกิน 100 ล้านบาท

ขณะที่นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้ช่วยประธานเจ้าที่บริหารสายงานธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าราคาโครงข่ายประเภทช่องเอสดี ของทั้ง 4 รายเสนอในอัตราใกล้เคียงกัน แต่ช่องเอชดี มีความแตกต่างสูงสำหรับอสมท ที่เสนอราคาสูงสุด และไทยพีบีเอส ที่มีราคาต่ำสุด ทั้งนี้ ต้องการให้ กสทช. ชี้แจ้งรายละเอียดการให้บริการโครงข่ายว่าภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ Must Carry การส่งสัญญาณครอบคลุมแพลตฟอร์มใด

ปัจจุบันแพลตฟอร์มการออกอากาศสำคัญที่เข้าถึงครัวเรือนไทยกว่า 60% คือ จานรับสัญญาณดาวเทียม ดังนั้นการส่งสัญญาณของโครงข่ายจะต้องครอบคลุมทั้งระบบภาคพื้นดินรวมทั้งกล่องรับสัญญาณดาวเทียมระบบมาตรฐานปกติ (S1) และระบบเอชดี (S2) เนื่องจากราคาเริ่มต้นประมูลช่องเอชดี มีราคาสูงสุดที่ 1,510 ล้านบาทต่อช่อง อีกทั้งค่าบริการโครงข่ายสูงกว่าช่องปกติ 3 เท่า ดังนั้นผู้ให้บริการโครงข่ายจะต้องส่งสัญญาณช่องทีวีดิจิทัล ให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม ทั้งระบบปกติและเอชดี