"พงศ์เทพ"เปิดใจ"กรุงเทพธุรกิจ"ผ่าแนวคิด "ตั้งบอร์ดความโปร่งใสจัดจ้างรัฐ" ดึงเอกชนร่วมตรวจสอบ
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) นำโดยภาคเอกชน ได้ออกมาเสนอขอเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นกรรมการและผู้สังเกตการณ์ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ ทั้งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทและโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน เพื่อช่วยกันตรวจสอบวิเคราะห์ให้เม็ดเงินรั่วไหลน้อยที่สุดและทุกโครงการดำเนินการอย่างโปร่งใส ข้อเรียกร้องและกดดันการเข้ามีส่วนร่วมมีมานาน
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า เพื่อให้เป็นตามยุทธศาสตร์และแผนงานเชิงรุกของรัฐบาล ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ทางสำนักงานกพร.จัดทำร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันการทุจริต โดยการเปิดเผยข้อมูลและการสังเกตการณ์ ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พศ.....
สาระสำคัญของร่างระเบียบสำนักนายกฯดังกล่าวเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาสังเกตการณ์ ตั้งแต่ขั้นตอนของการทำ TOR ,การจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับงาน แต่เนื่องจากทางภาคเอกชนมีข้อสังเกตในบางประเด็น ประกอบกับเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหม่ จึงจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็น จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ สามารถทำงานได้ และเกิดผลในการสอดส่องดูแล อย่างแท้จริง
"โดยจะมีการหารือ กับทางภาคเอกชนอีกครั้ง คาดว่า ร่างระเบียบสำนักนายกฯดังกล่าวจะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนนี้ ซึ่งร่างระเบียบสำนักนายกฯดังกล่าวสามารถเสร็จทันใช้ในช่วงที่ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านออกมา อย่างแน่นอน"”
ร่างระเบียบฯดังกล่าว ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งมีรองนายกฯ ที่นายกฯมอบหมายเป็นประธาน มีกรรมการโดยตำแหน่ง 6 คน ประกอบด้วย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ,ปลัดกระทรวงการคลัง,ปลัดกระทรวงยุติธรรม ,เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพร.) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และอธิบดีกรมบัญชีกลาง
และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน ซึ่งมาจากบุคคลภายนอกและภาคเอกชน ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 3 ปี และสามารถแต่งตั้งได้อีกไม่เกิน 2 วาระต่อกัน โดยมีเจ้าหน้าที่จากกพร. เป็นกรรมการและฝ่ายเลขานุการ
คณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่เสนอแนะมาตรการส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลและการสังเกตการณ์จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต่อครม. และการจัดทำ ”บัญชีรายชื่อผู้สังเกตการณ์” ซึ่งผู้สังเกตการณ์ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับการดำเนินโครงการ หรือ กระทำการขัดขวางการจัดซื้อจัดจ้าง โดยหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่จะจัดซื้อจัดจ้างต้องแจ้งชื่อโครงการจัดซื้อจัดจ้าง, แผนการดำเนินงานการจัดซื้อจัดจ้าง และชื่อผู้สังเกตการณ์ ให้คณะกรรมการฯทราบก่อนดำเนินการ
ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้สังเกตการณ์ หากพบการทุจริตให้รายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินโครงการ และหากหัวหน้าหน่วยงานรัฐไม่มีการดำเนินการ หรือไม่เห็นด้วย ให้ส่งรายงานพร้อมความเห็นมาให้คณะกรรมการฯเพื่อส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานอื่น ที่มีอำนาจพิจารณาดำเนินการต่อไป
สำหรับโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องจัดให้มีการสังเกตการณ์ ได้แก่ โครงการที่เป็นภารกิจหลักของหน่วยงาน มีวงเงินงบประมาณมูลค่าสูง ,โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพของประชาชน หรือประโยชน์สาธารณะ หรือโครงการที่มีลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการฯกำหนด
นอกจากนี้ ให้มี "ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต"ประจำกระทรวง มีหน้าที่กำกับดูแลให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐให้ปฏิบัติตาม หากกระทรวงหรือหน่วยงานใด ยังไม่มี”ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต” ให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ลักษณะเดียวกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เป็นผู้กำกับดูแล
ร่างระเบียบนี้ ยังกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยข้อมูล ในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และกำหนดให้ร่างระเบียบฉบับนี้ ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐทั้งหมด เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งระบบเกิดความโปร่งใส
ในระยะเริ่มแรก หากการใช้บังคับในหน่วยงานของรัฐทุกแห่งพร้อมกันยังไม่เหมาะสม ทางคณะกรรมการส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มีอำนาจในพิจารณากำหนดการใช้บังคับ รวมถึงเงื่อนไขในการดำเนินการ
ระเบียบนี้ ไม่ถือเป็นการเพิ่มขั้นตอน และไม่มีผลกระทบต่อการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่อย่างใด
ขณะที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เสนอความเห็นว่า ระเบียบนี้ไม่เป็นไปตามหลักสากล โดยเสนอให้มีการระบุที่มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน (จาก 9 คน) ให้มาจากภาคเอกชน ซึ่งประกอบไปด้วย ประธานหอการค้าไทย หรือ ผู้แทน ,ประธานสภาอุตสาหกรรมหรือผู้แทน,ประธานสมาคมธนาคารหรือผู้แทน,ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ ผู้แทน และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และยังเสนอให้ มี ”ผู้สังเกตการณ์”ในทุกกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือตั้งแต่การร่าง TOR จนสิ้นสุดโครงการ
แต่นายพงศ์เทพเกรงว่าหากกำหนดตำแหน่งจะมีปัญหาทางกฎหมายได้ จึงมอบหมายให้กพร.และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หารือกับประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันอีกครั้ง









