"โบอิง"เผยจะลดอัตราการผลิตเครื่องบินรุ่นใหญ่สุด "747" เนื่องจากมีความต้องการน้อย
โบอิงกล่าวว่าจะปรับอัตราการผลิตลงเหลือเดือนละ 1.5 ลำ จากปัจจุบัน 1.75 ลำ โดยเครื่องบินลำแรกที่ผลิตภายใต้ระบบการผลิตใหม่นี้จะส่งมอบได้ต้นปีหน้า และคาดว่าการลดอัตราการผลิตจะดำเนินไปถึงปี 2558
ด้านนักวิเคราะห์กล่าวว่า การลดการผลิตไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคาดการณ์ทางการเงินสำหรับโบอิง เนื่องจากการผลิตเครื่องบินรุ่นนี้มีจำกัด คำสั่งซื้อปัจจุบันมีเพียงราว 50 ลำเท่านั้น ราคาลำละ 357 ล้านดอลลาร์
นอกจากนั้น นักวิเคราะห์ยังคาดว่าโบอิงจะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง อันจะทำให้ราคาหุ้นขยับขึ้นต่อเนื่อง
อัตราการผลิตที่ลดลงสะท้อนให้เห็นถึงการใช้เครื่องโบอิง 747 มีน้อยลง โดยหันไปหาเครื่องบินรุ่นใหม่ของคู่แข่ง "แอร์บัส เอ 380 ซูเปอร์จัมโบ" โดยแทนที่จะบินด้วยเครื่องบินสี่เครื่องยนต์ สายการบินหลายสายนิยมเครื่องบินสองเครื่องยนต์ที่ขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย แต่เติมน้ำมันและเผาผลาญเชื้อเพลิงน้อยกว่า
การตัดสินใจดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงการคาดการณ์ของโบอิงในการสร้างเครื่อง 787 เมื่อสิบปีก่อน ขณะที่แอร์บัสพัฒนาเครื่องบินที่นั่งสองชั้น "เอ 380" ซึ่งบางแบบบรรทุกผู้โดยสารได้ 525 คน โบอิงคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องว่า สายการบินจะต้องการเครื่องบินสองเครื่องยนต์พิสัยไกล ที่สามารถบินตรงจากต้นทางถึงปลายทาง มากกว่าขนส่งผู้โดยสารผ่านสนามบินศูนย์กลางซึ่งต้องเปลี่ยนเครื่องอีกครั้งหนึ่ง
โบอิงเน้นที่การสร้างเครื่อง 787 ขนาด 250 ที่นั่ง และขยายรุ่น 777 ที่ขายดีที่สุด เพื่อให้บินได้ไกลขึ้น บรรทุกผู้โดยสารได้ราว 368 คน ส่วนแอร์บัสมีกำหนดส่งมอบเครื่องบินตระกูล เอ350 ชุดแรก ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารได้มากถึง 350 คน เริ่มต้นในปีหน้า









