เราคาดว่า ไทยออยล์ (TOP) ในไตรมาส 3/2556 จากอัตรากำลังการผลิตที่มากขึ้นประกอบกับรับรู้ stock gains ที่สูงขึ้นและค่าการกลั่นที่ขยายตัวขึ้น
แต่มีปัจจัยลบมาหักล้าง จากสเปรดอะโรเมติกส์ที่อ่อนตัวลง คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 85.00 บาท
คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3 อยู่ที่ 4,500 ล้านบาท
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ TOP ในไตรมาส 3/2556 จะอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจาก 1) โรงกลั่น CDU 2 ที่มีกำลังการผลิตที่ 50,000bpd กลับมาเดินเครื่องผลิตหลังปิดปรับปรุงไปในช่วงระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย.2556 2) base GRM ที่คาดขยายตัวขึ้น 25% qoq อยู่ที่ 4.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากสเปรดดีเซลและน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น จากความต้องการปิโตรเลียมที่แข็งแกร่งระหว่างเดือนรอมฎอน
3) เราคาดว่าบริษัทจะรับรู้ stock gain ที่ 2,500 ล้านบาทจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ณ สิ้นไตรมาส 3/2556 และ 4) บริษัทได้รับการยกเว้นภาษีจากบีโอไอที่ประมาณ 1,100 ล้านบาท (TOP ยังเหลือค่าใช้จ่ายภาษีอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท) อย่างไรก็ดี เราคาดว่าบริษัทอาจมีปัจจัยลบ ที่หักล้างปัจจัยบวกดังกล่าวได้แก่ forex loss ที่คาดอยู่ที่ 500 ล้านบาท จากเงินบาทที่อ่อนค่าลงเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
คาดกำไรสุทธิไตรมาส4อ่อนตัวลง
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ TOP จะปรับตัวลดลงในไตรมาส 4/2556 เนื่องจากเราคาดว่าบริษัทจะไม่รับรู้ inventory gains เพิ่มขึ้น และคาดสเปรดพาราไซลีนจะอยู่ในระดับต่ำจากซัพพลายที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ในช่วงระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค.2556 อย่างไรก็ดี เราคาดว่าค่าการกลั่นจะฟื้นตัวขึ้นด้วยปัจจัยหนุนจากความต้องการดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงในภูมิภาคที่สูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว
คาดค่าการกลั่นดีขึ้นในปี57
เรามองว่าซัพพลายที่เพิ่มขึ้นสุทธิทั่วโลก จะอยู่ในระดับต่ำที่เพียงแค่ 300-400 KBD เทียบกับความต้องการในทวีปเอเชียที่เติบโตขึ้น 800KBD จากการหยุดดำเนินการผลิตถาวรของโรงกลั่นหลายแห่งในปี 2557 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงกลั่นน้ำมันในญี่ปุ่นที่จะหยุดดำเนินการผลิตด้วยอัตรากำลังในการผลิตรวมที่ 380KBD ในเดือน มี.ค.2557 และโรงกลั่นในออสเตรเลียมีแผนหยุดผลิตอีกที่ 230KBD ในปี 2557 ซึ่งจะส่งผลให้ญี่ปุ่นนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นมากขึ้นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า
คงประมาณการกำไรสุทธิปี56
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 เดิมไว้ รวมทั้งคงประมาณการ base GRM เดิมไว้ที่ 4.60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2556
คงคำแนะนำซื้อด้วยราคาเป้าหมาย 85.00 บาท
อิงด้วยวิธี DCF เราคาดว่าราคาหุ้น TOP อาจปรับตัวขึ้นในระยะสั้นจากกำไรสุทธิที่ฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 3/2556 ราคาหุ้น TOP ณ ปัจจุบัน ซื้อขายด้วย 2013F PE ที่ 10.7 เท่า หรือน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่งรายอื่นในภูมิภาคที่ซื้อขายด้วย 2013F PE ที่ 13.7 เท่า และ 2013F P/B ที่ 1.3 เท่า อยู่ 25%









