วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดปีนี้ไทยขาดดุลฯสูงสุดหลังวิกฤติปี'40

ม.หอการค้าหั่นเป้าศก.ปีนี้โต 3.5% เหตุเม็ดเงิน 2 ล้านล้าน โครงการน้ำ 3.5 แสนล้านสะดุด ส่งออกโตแค่ 1.9% ขาดดุลการค้าสูงสุดตั้งแต่วิกฤติปี"40

ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศรุมเร้า จนหลายสำนักเศรษฐกิจต้องออกมาปรับเป้าเศรษฐกิจไทยกับหลายรอบ ล่าสุด "มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย" ออกมาปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยอีกรอบ พร้อมระบุด้วยว่าปีนี้ไทยจะขาดดุลการค้าสูงสุดนับจากวิกฤติต้มยำกุ้ง

นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ตลอดทั้งปี 2556 และคาดการณ์ปี 2557” ว่า จีดีพี ครึ่งหลังปี 2556 จะขยายตัวที่ 3.1% และทั้งปี 2556 จะขยายตัวที่ 3.5% ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวที่ต่ำกว่า ประมาณการเดิม ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวที่ 4.3%

โดยภาคการเกษตร ขยายตัว 0.4% เป็นผลจากราคาผลผลิตทางการเกษตรลดลง โดยเฉพาะราคายางพารา ภาคอุตสาหกรรม ขยายตัว 2.0% เป็นผลจากการส่งออกที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก ด้านการบริโภคของเอกชน ขยายตัว 2.2% ส่วนการลงทุนเอกชน ขยายตัว 4.3% ส่วนอัตราเงินเฟ้อ ขยายตัวที่ 2.3%

ขณะที่การค้าระหว่างประเทศ การส่งออกมูลค่า 2.33 แสนล้านดอลลาร์ ขยายตัว 1.9% ซึ่งเป็นคาดการณ์ที่ลดลง จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.1% ขณะที่การนำเข้า มูลค่า 2.58 แสนล้านดอลลาร์ ขยายตัว 3.6% ทำให้ปี 2556 ไทยจะขาดดุลการค้า 2.53 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าการขาดดุลการค้าที่สูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะเฉลี่ยที่ 30.7 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ด้านการท่องเที่ยว พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2556 จะมีจำนวน 27.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.6% ทำรายได้จากการท่องเที่ยว 1,217 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.1%

ภาวะเศรษฐกิจโลก ปี 2556 ปริมาณการค้าจะขยายตัว 2.9% เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.9% โดยเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 1.6% สหภาพยุโรป ลดลง 0.4% ญี่ปุ่น ขยายตัว 2.0% จีน 7.6% อาเซียน 10 ประเทศ ขยายตัว 5.2% และราคาน้ำมัน คาดว่าจะเฉลี่ยที่ 105-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เศรษฐกิจสหรัฐทุบส่งออกไทย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน แม้ในภาคส่งออกซึ่งเดิมคาดว่าจะขยายตัวได้ดี แต่ปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐทำให้สัญญาณการฟื้นตัวภาคการส่งออกเป็นไปอย่างช้าๆ จนต้องปรับลดคาดการณ์ส่งออก จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.1% ให้มาเหลือเพียง 1.9%

ทั้งนี้ การที่สหรัฐยอมขยายเพดานหนี้ออกไปอีก 3 เดือน เป็นเพียงผลทางจิตวิทยาในระยะสั้น เพราะอีกไม่นานต้องมาหารือในประเด็นเหล่านี้อีก ซึ่งผลกระทบจากการ shut down ทำให้คนอเมริกันลดการใช้จ่ายในช่วงดังกล่าว แต่เมื่อปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้ว น่าจะส่งผลดีในแง่การบริโภคภายในตลาดสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยและเศรษฐกิจโลก เพราะเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในช่วงการพร้อมที่จะฟื้นตัว จนสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงการพิจารณาการใช้มาตรการคิวอี ว่าจะต้องผ่อนคลายลงหรือไม่ เนื่องจากมีเสียงวิจารณ์ว่าสหรัฐใช้เงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไปหากมีการปรับแผนการใช้มาตรการคิวอี ก็จะส่งผลต่อเม็ดเงินไหลเข้าสู่ภูมิภาค ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

เชื่อศก.ไทยฟื้นตัวไตรมาส 2 ปีหน้า

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยพบว่างบประมาณประจำปีที่ต้องชะลอออกไป จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มเบิกจ่ายได้เดือนต.ค. นี้ ต้องล่าช้าไปเป็นช่วงกลางเดือนพ.ย. รวมถึงเม็ดเงินจากโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และเม็ดเงินจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการลงทุนและใช้จ่ายออกมา ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การบริโภคและการลงทุนภายในชะลอตัว และปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ประชาชนชะลอการใช้จ่าย

"แม้ว่าปัจจัยต่างๆ จะมีทิศทางลบจนต้องปรับประมาณการเศรษฐกิจลดลง จากเดิม 4.3% มาอยู่ที่ 3.5% ก็เพราะว่าประชาชนยังไม่มั่นใจการใช้จ่าย ซึ่งเดิมคาดว่าจะฟื้นตัวได้ไตรมาส 4 แต่เมื่อเจอปัญหาน้ำท่วมและเรื่องความไม่ชัดเจนเศรษฐกิจโลก และแผนการใช้จ่ายของรัฐบาลชะลอออกไป ก็ทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยน่าจะเห็นได้ช่วงไตรมาส 2 ปี 2557"นายธนวรรธน์ กล่าว

หวังปีหน้าจีดีพีขยายตัวได้ 5.1%

นายธนวรรธน์ กล่าวถึงเศรษฐกิจปี 2557 ว่า มีโอกาสขยายตัวได้ 4.6-5.5% เฉลี่ย 5.1% ภายใต้เงื่อนไขการเมืองมีเสถียรภาพ โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ สามารถเดินหน้าได้และมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้ตั้งแต่ 5 หมื่นถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้จีดีพี ขยายตัวได้ 0.5% และเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ดี โดยคาดว่าปี 2557 จะขยายตัว 3.6% จากเศรษฐกิจสหรัฐ ขยายตัว 2.6% สหภาพยุโรป 1.0% ญี่ปุ่น 1.2% จีน 7.3% อาเซียน 5.6% โดยการส่งออกจะขยายตัว 5.0-7.0% และเงินเฟ้อขยายตัว 2.8-3.3% ซึ่งเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวจะทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในขาขึ้นช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557

"ถ้าปี 2557 เม็ดเงินจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ลงสู่ระบบได้ตามที่คาดไว้ การเมืองนิ่ง และเศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ดี จนการส่งออกขยายตัวได้ถึง 7% โอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัว มากกว่า 5%ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งมีปัญหา โดยเฉพาะเม็ดเงินลงทุนภาครัฐจากโครงการใหญ่ สะดุดจีดีพี ปี 2557 ก็อาจขยายตัวได้ต่ำกว่า 5%"นายธนวรรธน์ กล่าว

เอกชนคาดส่งออกทั้งปีโต 2.5%

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยอดการส่งออกของไทยในปี 2556 คาดว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 2.5% ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นอัตราการเติบโตที่ไม่มาก แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย โดยประเทศจีนขยายตัวประมาณ 13% แต่ก็เป็นขยายตัวที่ลดลง อินเดียประมาณ 5% เวียดนาม ประมาณ 7% และไทยอันดับ 4 ประมาณ 2.5% ขณะที่ประเทศคู่แข่งอื่นๆ อย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ อัตราการส่งออกต่างก็ติดลบกันหมด ดังนั้นในภาพรวมการส่งออกของไทยยังอยู่ในภาวะที่ดีกว่า

"การส่งออกในปีนี้ที่ลดลงมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงกว่า 20% ของการส่งออกทั้งหมด มียอดส่งออกลดลงกว่า 3-4% ทำให้ฉุดตัวเลขการส่งออกทั้งหมด แต่คาดว่าการส่งออกในไตรมาส 4 จะปรับตัวดีขึ้นอันเนื่องมาจากยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น"นายวัลลภ กล่าว

ส่วนการส่งออกในปีหน้า คาดว่าจะขยายตัวได้ตามที่กระทรวงพาณิชย์วางไว้ที่ 5-7% เนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจจากสหรัฐปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งประเทศผู้นำเข้าสำคัญต่างๆ ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทย

ส่วนการบริโภคภายในประเทศต้องดูที่งบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และการใช้งบประมาณจัดการเรื่องน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ถ้ารัฐบางสามารถอนุมัติงบประมาณจำนวนนี้ได้เร็ว ก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี และจะมีกำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราการเติบโตของจีดีพี น่าจะอยู่ที่ 5-5.5%