วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีดีอาร์ไอชี้รัฐส่อขาดทุนจำนำข้าว5แสนล.

ทีดีอาร์ไอชี้รัฐบาลมีโอกาสขาดทุนจำนำข้าวถึง 5 แสนล้านบาท เชื่อรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการต่อ เพราะเป็นประโยชน์ทางการเงินของฝ่ายการเมือง

นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในหัวข้อ"จำนำข้าว ล้มเหลวหรือล้มลุก"โดยกล่าวว่า โครงการดังกล่าวนั้น มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า รัฐบาลได้เข้าแทรกแซงระบบเศรษฐกิจผ่านการรับจำนำข้าวที่ใช้เงินสูงราว 6.7 แสนล้านบาท ซึ่งมากกว่าหลายโครงการที่รัฐบาลได้เข้าไปสนับสนุน อาทิ โครงการกองทุนหมู่บ้านที่ใช้เงิน7.7หมื่นลัานบาท โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคประมาณ 1แสนล้านบาทและแม้แต่การยกเว้นภาษีในโครงการบีโอไอที่ไม่น่าจะเกิน 1แสนล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ ใน 3 ฤดูการผลิตที่ผ่านมา จะพบว่า รัฐบาลได้เข้ารับจำนำข้าวเป็นจำนวนกว่า43 ล้านตัน หรือประมาณ 51%ของผลผลิต แม้จะมีความสำเร็จของโครงการที่จะทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่ม 2.3 แสนล้านบาทและมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความเสียหายจำนวนมากก็เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน โดยจำนวนเงินที่ใช้ไปจำนวน6.7แสนล้านบาทนั้น รัฐบาลเป็นหนี้คงค้าง 5.49 แสนล้านบาท. หรือ80% ของเงินที่ซื้อข้าว และมีผลขาดทุนทางบัญชีตามราคาต้นทุนในปัจจุบัน 1.46 แสนล้านบาท แต่ขาดทุนทางบัญชีตามราคาตลาดในปัจจุบัน 2.8 แสนล้านบาท

"ถ้ารัฐบาลใบ้เวลาในการขายข้าวนานกว่านี้ ตัวเลขผลขาดทุนทางบัญชรตามราคาตลาดจะมากขึ้นเป็น 4.17แสนล้านบาทหรือ 73%ของเงินที่ใบ้ในการเซื้อข้าวในระยะเวลา 5 ปี แต่ช้าใช้เวลา 10 ปี จะขาดทุนถึง 5.3 แสนล้านบาท ซึ่งความสามารถในการระบายข้าวในอดีตใช้เวลาประมาณ 5 ปีกว่าข้าวจะหมด แต่ด้วยปริมาณสต๊อกข้าวถึง 17 ล้านตันในปัจจุบัน ผมว่า 10 ปี ก็ขายไม่หมด"

ทั้งนี้ ผลขาดทุนดังกล่าวเกิดจาก 1.จ่ายค่าซื้อข้าวจากชาวนาคิดเป็นสัดส่วน 60%. 2.ขายข้าวราคาถูก 30%. 3. อุดหนุนผู้บริโภค 2%. และ 4. ขาดทุนจากต้นทุนในการดำเนินโครงการ 8% ฉะนั้น ผลขาดทุน 40% ถือว่า สูญเปล่า โดยต้นเหตสำคัญที่ทำให้เกิดผลขาดทุน เพราะการเมืองขาดความรับผิดชอบ โดยปล่อยให้มีการขายข้าวลับต่ำกว่าราคาตลาดและไม่ถูกไล่ออก, เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยให้มีการรับจำนำเกินและออกใบประทวนหลังระยะเวลาที่กำหนด,รัฐบาลไม่กล้าเปลี่ยนแปลงโครงการ,ไม่เอาจริงกับการทุจริต