วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไอทีดี'ยันไม่จำเป็นเพิ่มทุนรอบ2

"อิตาเลียนไทย" หรือไอทีดี ยืนยันไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนรอบ 2 แม้แนวโน้มงานเพิ่มขึ้น คาดไตรมาส 4 เซ็นรับงานเพิ่ม 7-8 หมื่นล้านบาท

จากการประชุมนักวิเคราะห์ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) เมื่อเร็วๆ นี้ บล.เคจีไอ ระบุว่า ออกมาในเชิงบวก เนื่องจากนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหารบริษัทดังกล่าว มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้น เกี่ยวกับปริมาณงานก่อสร้างในประเทศ โดยเฉพาะงานจากภาครัฐ โดยอิตาเลียนไทยฯ คาดจะสามารถเซ็นสัญญารับเหมาก่อสร้างเพิ่มอีก 7-8 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่ง 70% มาจากโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล

นอกจากนี้ อิตาเลียนไทยฯ ยังเชื่อมั่นว่า จะสามารถประมูลจากโครงการตามพ.ร.บ. 2 ล้านล้านในอีก 7 ปีข้างหน้าได้อีกอย่างน้อย 29% ตามส่วนแบ่งตลาดของบริษัท ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ระดับ 29% ขณะกลุ่มช.การช่าง (CK) มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 คือ 22.9% และกลุ่ม บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 3 ที่ระดับ 14%

สำหรับแนวโน้มรายได้ปีนี้ น่าจะทรงตัวจากระดับ 4.63 ล้านบาทในปี 2555 เนื่องจากบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากงานใหม่ส่วนใหญ่ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ในตลาดหุ้น ยังกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ที่บริษัทอาจจะต้องเพิ่มทุนในอนาคต แต่ซีอีโอของบริษัท ยังคงมั่นใจว่า ด้วยฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งและ สัดส่วนหนี้ต่อทุน (ดีอี) เป้าหมายที่เหมาะสมที่ 2.5 เท่า จึงมีโอกาสน้อย ที่บริษัทจะต้องเพิ่มทุน เพราะผลการดำเนินงานยังดีต่อเนื่อง และปัญหาเรื่องสภาพคล่องตึงตัวก็คลี่คลายไปแล้ว หลังจากการเพิ่มทุนรอบที่ผ่านมาของบริษัทประสบผลสำเร็จอย่างดี

ด้านบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ว่า แนวโน้มในอนาคต บริษัท อิตาเลียนไทย จะได้งานก่อสร้างมากมาย ประกอบด้วย 1. โครงการทวาย ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับขึ้นมาเป็นโครงการระดับรัฐบาลไทย-พม่า จะเพิ่มงานก่อสร้างให้บริษัทในระยะ 16 ปีข้างหน้า ถึง 5 หมื่นล้านบาท หรือ 1.55 ล้านบาท 2.โครงการสัปทานท่าเรือน้ำลึก และระบบทางรถไฟในประเทศโมซัมบิด ซึ่งบริษัทได้รับสัมปทานมาเต็มเฟส 8 ปี จะมีมูลค่าโครงการถึง 8 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.4 แสนล้านบาท

3.โครงการลงทุนเหมืองโปแตสอุดรธานี มูลค่าโครงการประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท 4.โครงการเหมือง Bauxite ในประเทศลาว มูลค่าโครงการ 3 หมื่นล้านบาท 5.โครงการทางด่วนยกระดับ DHAKA ประเทศบังกลาเทศ มูลค่าโครงการ 3.8 หมื่นล้านบาท โดยโครงการเหล่านี้ บริษัทจะเป็นทั้งผู้ถือหุ้น และได้งานก่อสร้างจำนวนมหาศาลในอนาคต และยังมีงานก่อสร้างของรัฐบาล คือโครงการน้ำ และโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เข้ามาช่วยเพิ่มงานให้บริษัท อีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ได้ปรับประมาณการกำไรปีนี้ลงเหลือ 4.65 หมื่นล้านบาท ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 5.18 หมื่นล้านบาท เพราะจากการประเมินของผู้บริหาร รายได้ปีนี้จะใกล้เคียงปีก่อน เพราะมีหลายโครงการล่าช้า แต่แนวโน้มในอนาคตจะเติบโตมาก จากการรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อก) ถึง 2.62 แสนล้านบาท และประเมินกำไรสุทธิปีนี้ที่ 810 ล้านบาท ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 1.08 พันล้านบาท แต่ยังคงเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 126 ล้านบาท

บล.ฟินันเซียไซรัส วิเคราะห์ว่า บริษัทอิตาเลียนไทย ยังไม่มีแผนเพิ่มทุนครั้งใหม่ หลังได้เงินเพิ่มทุนมา 2 พันล้านบาทในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ฐานะการเงินดีขึ้น โดยดีอีอยู่ที่ระดับ 2.02 เท่า จากสิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.44 เท่า ซึ่งเงินลงทุนโครงการใหม่ คาดจากการลดสัดส่วนหุ้นที่ถือในโครงการต่างๆ และหากได้งานโครงการ 2 ล้านล้าน ตามปกติจะมีเงินรับล่วงหน้า จากผู้ว่าจ้างมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน แต่จะออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่หมดอายุ