นักลงทุนรายใหญ่พร้อมใจขายหุ้นเกลี้ยงพอร์ต ขณะที่ราคาหุ้นบีทีเอสปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 5 เดือนที่ 9.145 บาท
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด 11ก.ย. 2556 พบว่า ไม่ปรากฏชื่อนักลงทุนรายใหญ่ที่เคยถือลงทุน ได้แก่ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ เคยถือหุ้น 91.50 ล้านหุ้นคิดเป็น 0.80%และนายนเรศ งามอภิชน เคยถือหุ้น 128.49 ล้านหุ้น นายวันชัย พันธุ์วิเชียร 74.60 ล้านหุ้นคิดเป็น 0.65%
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นบีทีเอส ล่าสุดราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 9.15 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบ 5 เดือน
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า การที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เพราะมีปัจจัยบวกได้แก่ แรงเก็งกำไรจากการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ์ ชุดที่ 3 ซึ่งจะมีการจัดสรรในวันที่ 16 ต.ค.นี้ และมีการคาดการณ์ว่าจะได้รับการเข้าคำนวณดัชนีเอ็มเอสซีไอในช่วงเดือนพ.ย.จึงมีแรงเก็งกำไรเข้ามาล่วงหน้า
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่าการจัดสรรวอร์แรนท์ในครั้งนี้ มีอัตราการใช้สิทธิ 1:1 ราคาใช้สิทธิ์ 12 บาท ใช้สิทธิ์ได้หลังจากปีที่ 3 ทุกไตรมาส ประเมินได้มูลค่า ประมาณ 0.57 บาท หรือคิดเป็นมูลค่าแฝงต่อหุ้นที่ 0.19 บาท หรือ 2.4%จากราคาหุ้น ดังนั้นระยะสั้นมีการเก็งกำไรก่อน
"ฝ่ายวิจัยมองว่า ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน อยู่ในภาวะที่ไม่ได้มีกำไร และกว่าจะใช้สิทธิได้เป็นระยะเวลานาน เสีย โอกาสในการแปลงเป็นหุ้นแล้วได้เงินปันผล ความน่าสนใจจึงไม่ถึงกับมาก คงคำแนะนำ ซื้อ เพราะจ่ายปันผลได้สูง ธุรกิจมีการเติบโตสดใส และมีโอกาสได้งานบริหารเดินรถในอนาคต ราคาพื้นฐานเป็น 9.83 บาท "นักวิเคราะห์กล่าว
เขากล่าวว่า คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานเป็น 9.83 บาท จากเดิมที่ 10 บาท จุดที่น่าสนใจ คือ จ่ายปันผลได้สูง คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 56 ในส่วนที่เหลือ ธุรกิจการบริหารเดินรถ และเงินปันผลจากกองทุน BTSGIF รวมทั้งการประมูลบริหารเดินรถในอนาคต เพื่อการเติบโตในระยะยาวต่อไป
บทวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่าแนวโน้มผลประกอบการปี 57-58 คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากธุรกิจสื่อโฆษณาที่เติบโตต่อเนื่อง และส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนอินฟราฯ ในรูปเงินปันผล รวมถึงรายได้จากเส้นทางส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสีลม-ตลาดพลู-บางหว้า และบริษัทจะรับรู้รายได้จากการขายคอนโดและอสังหาริมทรัพย์อีก 2 พันล้านบาทในปี 2558 โดยประเมินมูลค่าที่เหมาะสมตามพื้นฐาน 10.80 บาท เป็นหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลใน 5 ปีค่อนข้างสูง จึงแนะนำให้ซื้อหุ้น
ทั้งนี้ การจัดสรรวอร์แรนท์ให้นักลงทุน จำนวนไม่เกิน 3,971.61 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราการจัดสรรที่ 3 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ และมีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ครั้งแรกในวันทำการสุดท้ายของสิ้นไตรมาสแรกภายหลังจากวันครบกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยอัตราการใช้สิทธิอยู่ที่ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ที่ราคาการใช้สิทธิที่ 12 บาทต่อหุ้น









