วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประกันผวารีอินชัวเรอร์ไม่จ่ายสินไหมปี54

ประกันมั่นใจน้ำท่วมรอบนี้ไม่แรง ห่วง"รีอินชัวเรอร์"ไม่จ่ายค่าสินไหมปี"54

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ขยายวงกว้างไปกว่า 26 จังหวัด แต่นั่นไม่ได้ทำให้บริษัทประกันวินาศภัย วิตกกังวลแม้แต่น้อย แม้ว่าภาพหลอนของความเสียหายในปี 2554 ยังติดตาอยู่ก็ตาม ซึ่งความคิดเห็นจากผู้บริหารบริษัทประกันวินาศภัย ส่วนใหญ่ประเมินความเสียหายเบื้องต้นในปีนี้ไม่หนักเท่าปี 2554 แน่นอน และเชื่อว่าพื้นที่น้ำท่วมครั้งนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเสียหายของภาคอุตสาหกรรม

ผลสำรวจจากความคิดเห็นผู้นำบริษัทประกันวินาศภัยออกมา พบว่า เกือบ 100% เป็นห่วงเรื่องการจ่ายสินไหมน้ำท่วมที่ยังค้างอยู่กับบริษัทรับประกันภัยต่อ หรือ รีอินชัวเรอร์มากกว่า และที่น่าเจ็บใจมากไปกว่านั้น คือการมา กล่าวอ้างว่าบริษัทประกันวินาศภัยไทย ไม่มีมาตรฐานการจัดการสินไหม ทั้งๆ ที่ได้นำบริษัทมาตรฐานสากลระดับโลก มาทำการสำรวจภัย ประเมินทรัพย์สิน เครื่องจักร หลายบริษัทด้วยกัน แต่ความคิดเห็นของบริษัทประกันเหล่านี้กลับแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายแรกยอมรับเงื่อนไขของรีอินชัวเรอร์ ที่ขอแฮร์คัทหนี้เหลือ 50% ส่วนอีกฝ่ายไม่ยอมรับเงื่อนไข โดยเดินหน้าฟ้องร้องรีอินชัวเรอร์ให้ถึงที่สุด เพื่อทวงความยุติธรรม กลับคืนมา ณ ขณะนี้ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างดำเนินการอยู่ ยังไม่รู้ว่าหนังม้วนนี้จะจบลงตรงไหนดี

เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ จึงถือว่าเป็นประเด็นเล็กไปแล้ว บวกกับ บริษัทประกันวินาศภัยของไทย ได้รับบทเรียนราคาแพงอย่างที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อนในปี 2554 แล้วว่า หากธุรกิจไม่มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดีพอ ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าหรือการป้องกันดูแลตัวเอง สุดท้ายก็จะต้องเจอกับบทเรียนราคาแพงเช่นกัน

จากการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทประกันวินาศภัยถึงสถานะทางการเงิน ของบริษัทประกันวินาศภัยของไทย พบว่า สถานะทางการเงินโดยรวมทั้งระบบมีความแข็งแกร่ง มีเงินกองทุนที่สูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ได้สร้างปัญหาอะไรเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทย แม้ว่า บางรายได้เจอวิกฤตอย่างหนัก แต่ก็สามารถฝ่าด่านมรสุม สามารถเพิ่มทุนได้ ประเด็นเรื่องสถานะทางการเงิน จึงถูกตัดออกไปอีกประเด็นหนึ่ง

สอดคล้องกับ คำยืนยันของ นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ย้ำว่า สถานะบริษัทประกันของประเทศไทย ในขณะนี้ ถือว่าแข็งแกร่ง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ได้ด้วยดี แต่เพื่อให้มีความเข้มแข็งมากกว่านี้คปภ.ต้องการให้บริษัทประกันมีการปรับตัวให้ก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง ทั้งในเรื่องความแข็งแกร่งด้านเงินทุน การเพิ่มขนาดของบริษัทเพื่อเป็นการลดต้นทุน และสามารถแข่งขันได้ เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะมาถึงในปี 2558 นี้

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ตอกย้ำถึงเหตุการณ์ น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ภาคประกันวินาศภัยไทย ไม่ได้มีความวิตกกังวลเพราะเท่าที่ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมปี 2556 ไม่ได้หนักเท่ากับปี 2554 ณ ขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับรายงานการเคลมสินไหมน้ำท่วมจากรายใหญ่เลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกค้ามีประสบการณ์จากน้ำท่วมในปี 2554 จึงรู้จักวางแผนป้องกัน แม้กระทั่งนิคมอุตสาหกรรม ต่างๆ ก็ได้มีการวางแผนบริหารจัดการเรื่องน้ำเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญ ณ ขณะนี้ น้ำท่วมที่เกิดขึ้นก็เป็นคนละพื้นที่ที่เคยท่วมในปี 2554 ที่ความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แต่ในขณะนี้พื้นที่น้ำท่วมอยู่นอกเขตอุตสาหกรรม

ทั้งนี้สินไหมน้ำท่วมในปี 2554 ได้ประเมินเอาไว้ที่ 4.3 แสนล้านบาท ณ ขณะนี้ได้จ่ายให้กับผู้เอาประกันไปแล้วประมาณ 85% ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นสินไหมธุรกิจหยุดชะงักของภาคธุรกิจ เท่านั้น ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องสินไหมจาก รีอินชัวเรอร์

หากพิจารณาสถานะทางการเงินของบริษัทประกันวินาศภัยไทย พบว่าแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก และได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว โดยมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงเอาไว้แล้ว มีการเลือกพื้นที่ในการรับประกันภัยมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเสนอความคุ้มครองให้กับลูกค้าภายใต้ sub limit หรือ การจำกัดความรับผิดของกรมธรรม์

นายกี่เดช อนันตศิริประภา ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันภัยทางทะเลและโลจิสติกส์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้แสดงความคิดเห็นถึงสถานะบริษัทประกันวินาศภัยไทย ณ ปัจจุบัน ถือว่ามีความเข้มแข็งมากกว่าเดิม ทุกบริษัท มีการบริหารจัดการเรื่องความเสี่ยงของตัวเอง มีการทำ sub limit เอาไว้ มีการปรับเบี้ยประกันภัยพิบัติ เบี้ยน้ำท่วม ขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและสภาพความเป็นจริงมากขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ จึงยังไม่กระทบต่อบริษัทประกันวินาศภัยมากนัก เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)ยังไม่ได้ประกาศเป็นภัยพิบัติ ดังนั้น กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ จึงยังไม่ได้ทำหน้าตรงจุดนี้ ในขณะที่บริษัทประกันวินาศภัย ก็มีระบบการรับประกันภัยที่ดีกว่าในอดีต บริษัทขนาดเล็กก็เลือกที่จะไม่เสนอขายประกันภัยพิบัติ ไม่เสนอขายประกันภัยน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังนำระบบ sub limit มาใช้ ทำให้จำกัดความคุ้มครองได้ จากเดิมที่บริษัทประกันวินาศภัยให้ความคุ้มครองเต็ม 100% จึงถือว่าเป็นการป้องกันและการบริหารความเสี่ยงของระบบประกันได้อีกแนวทางหนึ่ง

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ระบุว่าบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจที่ซื้อประกันภัยพิบัติจะได้รับความคุ้มครองภัยพิบัติในรูปของน้ำท่วม แผ่นดินไหว และลมพายุ โดยการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจะต้องเข้าข่ายลักษณะภัยพิบัติ คือ คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ต้องประกาศตามคำแนะนำของกระทรวงมหาดไทย หรือค่าสินไหมทดแทนรวมมากกว่า 5,000 ล้านบาท ต่อหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน 60 วัน โดยมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป หรือกรณีแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป หรือกรณีลมพายุที่มีความเร็วลมพายุตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ระบุถึงน้ำท่วมในขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมและสถานะของบริษัทประกันวินาศภัยไทย เพราะทุกบริษัทมีประสบการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 ทำให้รู้จักวิธีบริหารความเสี่ยง บริหารจัดการได้ดีกว่าในปีที่ผ่านๆ มา เช่นมีการซื้อประกันความเสียหายเอาไว้ล่วงหน้าหรือ Excess Of Loss เอาไว้

"ยืนยันว่าสถานะของระบบประกันวินาศภัยของไทยในขณะนี้ สามารถรองรับน้ำท่วมได้อีกจำนวนมาก เพราะรีอินชัวเรอร์ ได้เปิดกว้างมากกว่าเดิม มีหลายบริษัทที่เปิดรับรีฯเบี้ยประกันจากไทยมากกว่าเดิม ในขณะที่อัตราเบี้ยประกันก็ได้ปรับตัวลงมาค่อนข้างมากแล้วเมื่อเทียบกับปี ที่ผ่านมา"

ประเด็นที่บริษัทประกันวินาศภัย ยังเป็นห่วงและกังวลมากกว่าภัยน้ำท่วมปี 2556 ก็คือ เรื่องการที่รีอินชัวเรอร์ ขอแฮร์คัทหนี้ลง เพราะประเมินว่าน้ำท่วมในปี 2556 ไม่ได้รุนแรงและสร้างความเสียหายต่อระบบประกันมากนัก ในขณะที่เงินทุนของภาคประกันในขณะนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่น่าเป็นห่วง และมีการกระจายความเสี่ยงในการส่งงานไปให้กับรีอินชัวเรอร์ จากเดิมที่การส่งงานไปยังรีอินชัวเรอร์จะกระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นหลัก