วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์แข่งดุชิงเงินฝาก กองทุนรวมโต4%

บลจ.โอดแบงก์แข่งเงินฝาก ทำเงินไหลเข้ากองทุนรวมตราสารหนี้ลดลง ประเมินเงินนอกหนุนหุ้นไทยพุ่งแตะ 1,550 จุดสิ้นปีนี้

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกองทุนรวมในปีนี้ มีการเติบโตที่ลดลงจากปีก่อน โดยคาดว่าน่าจะมีการเติบโตที่ระดับ 4% จากปีที่แล้วที่เติบโตระดับ 15% โดยเหตุผลหลักๆ มาจากการเงินที่ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้นั้นลดลง เนื่องจากมีการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ที่มีการระดมเงินฝากมากขึ้น

"ภาพรวมการขยายตัวของกองทุนรวมในปีนี้ มีการเติบโตลดลงจากปีที่แล้ว โดยส่วนที่ลดลงนั้นเป็นกองของตราสารหนี้ ที่ถูกธนาคารแข่งขันในการดึงเงินฝาก ทำให้การเติบโตของตราสารหนี้นั้นลดลงไประดับหนึ่ง"

ส่วนเงินที่ไหลเข้ามาในกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นนั้น เขากล่าวว่ายังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดหุ้นนั้นมีความผันผวนมาก ทำให้นักลงทุนเริ่มนำเงินเข้ามาให้นักลงทุนบริหารให้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่นักลงทุนหันมาให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินทุนมาดูแลให้

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้นั้น นายวิน มองว่า ตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวได้ หากสหรัฐสามารถแก้ไขปัญหาเพดานหนี้ได้ลุล่วง โดยสิ่งที่จะเข้ามาขับเคลื่อนตลาดหุ้นนั้น น่าจะเป็นเม็ดเงินจากการใช้มาตรการผ่อนคลาย หรือ คิวอี ที่ยังมีแนวโน้มจะต้องอัดฉีดเข้าระบบมาต่อเนื่อง และอาจจะไม่ลดวงเงินการทำมาตรการคิวอีในระยะสั้นๆ นี้ เพราะภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐยังต้องพึ่งพาคิวอีอยู่ ทำให้โอกาสที่ดัชนีหุ้นไทยจะปิดที่ระดับ 1,550 จุด ได้ในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม การจัดพอร์ตการลงทุนนั้น เขาแนะให้นักลงทุนต้องกระจายความเสี่ยงให้ดี และแนะให้ลงทุนในหุ้นไทย 60% ส่วนที่เหลือให้นักลงทุนเลือกที่จะลงทุนในหุ้นต่างชาติ เช่น หุ้นจีนหรือญี่ปุ่น อีก 10% นอกจากนี้ให้ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือลงทุนในทอง หรือตราสารหนี้

ด้าน นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. กรุงศรี เปิดเผยว่า กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้นั้น ยังไม่เห็นสัญญาณเม็ดเงินที่เข้ามาลงทุนลดลง และมองว่าการแข่งขันระหว่างเงินฝากกับกองทุนตราสารหนี้นั้น มีมาเป็นระยะอยู่แล้ว โดยกองทุนรวมลงทุนในตราสารหนี้ปัจจุบันยังมีศักยภาพแข่งขันได้

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกองทุนลงทุนในตราสารหนี้ในระยะนี้ ยังผันผวนอยู่ โดยผลตอบแทนของตราสารหนี้ มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นตามพันธบัตรของสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยหลักยังเป็นเรื่องเพดานหนี้สหรัฐที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอย่างต่อเนื่อง หากว่าสหรัฐไม่สามารถผ่านปัญหาเพดานหนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ทั้งโลกได้