วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสิกรฯผนึกแบงก์นอกจับคู่ธุรกิจไทย-เทศ

กสิกรไทยดึงธนาคารพันธมิตรญี่ปุ่น-เกาหลี-อาเซียน-ยุโรป จัดจับคู่ธุรกิจไทย-เทศใหญ่สุดกว่า 400 คู่ธุรกิจ เพิ่มโอกาสการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอาเซียนยังเป็นเป้าหมายการลงทุนที่น่าสนใจของนักลงทุนจากทั่วโลก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูงในระยะยาว ทุกประเทศในอาเซียนต่างแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การลงทุนจากนักลงทุนภายในกลุ่มอาเซียนยังเป็นผู้ลงทุนสำคัญ โดยคิดเป็น 23%ของการลงทุนทั้งหมดในปี 2554 ส่วนการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนนอกกลุ่มอาเซียนมีความหลากหลายในอุตสาหกรรมมากขึ้น แสดงให้เห็นว่ากลุ่มประเทศอาเซียนมีความพร้อมในการรองรับห่วงโซ่ (Chain) การผลิตทั้งกระบวน ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางการผลิต ที่สำคัญของโลก

สำหรับประเทศไทย จะเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการค้าชายแดน และด้านการขนส่ง ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อยู่ตรงกลางของอาเซียนตอนบน ซึ่งการค้าชายแดนกับประเทศ CLMV เพิ่มขึ้นที่เฉลี่ย 7.5% ต่อปี โดยคาดว่าจะมียอดค้าชายแดนที่ 5.4 แสนล้านบาทในปี 2558

ทั้งนี้ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่สุดของไทย ทั้งการผลิตและการจัดการในไทย แต่จะเพิ่มฐานการผลิตในประเทศอื่นอีกหนึ่งประเทศ โดยมีประเทศเป้าหมายได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า

นายทรงพล กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนการค้า การลงทุนในประเทศไทยและอาเซียน ธนาคารจะจัดงาน International Summit & Business Matching 2013 ระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2556 โดยร่วมกับธนาคารพันธมิตรกว่า 30 แห่งจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี อิตาลี เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว ซึ่งจะช่วยตอกย้ำความร่วมมือในเชิงลึกของธนาคารพันธมิตร

ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไทยและต่างชาติที่ต้องการเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายการค้า การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธนาคารพันธมิตรในด้านของเศรษฐกิจ การลงทุนในแต่ละประเทศ และการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเข้ามาใช้สถานที่ในพื้นที่ของธนาคารพันธมิตรเพื่อติดต่อธุรกิจต่างประเทศ

ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่า จะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 300 บริษัท ในด้านอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้านอาหาร และอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค จากประเทศญี่ปุ่น ไทย เกาหลีกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย อิตาลีและเยอรมัน คาดว่าจะมีการจับคู่ธุรกิจกว่า 400 ธุรกิจ