วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาพัฒน์ฯห่วงน้ำท่วม-หนี้มะกัน กดดันศก.

สภาพัฒน์ฯเผยเศรษฐกิจไทยเดือนส.ค.เริ่มโงหัว ห่วง"น้ำท่วม-เพดานหนี้สหรัฐ"กดดันเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจในเดือนส.ค. 2556 และแนวโน้มปี 2556 มีประเด็นที่ต้องติดตามคือปัญหางบประมาณสหรัฐและน้ำท่วม มีสาระสำคัญดังนี้]

ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนส.ค. เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า เครื่องชี้เศรษฐกิจที่สำคัญ(หลังปรับฤดูกาลแล้ว) เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งด้านการใช้จ่ายและการผลิต โดยเฉพาะดัชนีการบริโภคภาคเอกชน การส่งออก การผลิตการเกษตร การผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น

ภาวะเศรษฐกิจไทยเมื่อเทียบกับเดือนส.ค.ปีก่อน เครื่องชี้ด้านอุปสงค์เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งด้านการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออก ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังปรับตัวลดลงเนื่องจากฐานที่สูง (รถยนต์และการนำเข้าสินค้าทุน) และการเบิกจ่ายงบประมาณยังปรับตัวลดลง ในด้านการผลิต จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวเร่งขึ้น ในขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัวช้าลง การส่งออกเริ่มขยายตัว

อย่างไรก็ตาม ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรยังคงปรับตัวลดลงตามการลดลงของผลผลิตข้าวนาปรัง ข้าวโพด และประมง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ภาวะฝนทิ้งช่วง และโรคตายด่วนในกุ้ง

-การใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวดีขึ้น ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 0.6% เทียบกับการลดลง 0.7% ในเดือนก.ค. จามการขยายตัวของการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เพิ่มขึ้น 1.7% เทียบกับการลดลง 1.7% ในเดือนก่อนหน้า ในขณะที่ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ในเดือนส.ค.ลดลง 7.8% เทียบกับการลดลง 1.0% และ 12.9% ในเดือนมิ.ย. และก.ค. ตามลำดับ

รวม 2 เดือนของไตรมาส 3 ดัชนีการอุปโภคบริโภคเอกชนลดลง 0.1%

การส่งออกสินค้าขยายตัวตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก การส่งออกในเดือนส.ค. 2556 มีมูลค่า 19,991 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 2.5% เทียบกับการลดลง 1.3% ในเดือนก.ค.

-ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หดตัวช้าลงตามการปรับตัวดีขึ้นของการส่งออก โดยดัชนีลดลง 3.1% เทียบกับการหดตัว 4.9% ในเดือนก.ค. โดยอุตสาหกรรมที่มีการส่งออกมากกว่า 60% ลดลง 3.0% เทียบกับการลดลง 9.0% ในเดือนก.ค. ในขณะที่อุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการส่งออกน้อยกว่า 30% เพิ่มขึ้น 0.8% ตามการขยายตัวของการผลิตปิโตรเลียม และผลิตเหล็กขั้นมูลฐาน

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการส่งออก 30-60% กดตัว 8.6% เทียบกับการหดตัว 4.9% ในเดือนก.ค. เนื่องจากฐานที่สูงทำให้การผลิตรถยนต์ หดตัว 11.9%

-ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง ในเดือนส.ค. ลดลง 3.1% เนื่องจากการลดลงของผลผลิตข้าวนาปรัง ข้าวโพดและประมง ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ภาวะฝนทิ้งช่วงและการระบาดอย่างต่อเนื่องของโรคตายด่วนในกุ้ง

-จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวเร่งขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนส.ค. มีจำนวน 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28.1% และเป็นการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาค รวม 2 เดือนแรกของไตรมาสสาม มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 4.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 25.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เสถียรภาพทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวต่อเนื่อง อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำและดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุล

ด้านการคลัง การเบิกจ่ายงบประมาณและการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในเดือนส.ค. ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่หนี้สาธารณะลดลงจากเดือนก่อนหน้า

ด้านการเงิน ในเดือนส.ค. สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าตามการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจ ส่วนสินเชื่อภาคครัวเรือนชะลอตัวลง ในขณะที่เงินฝากขยายตัวในอัตราชะลอตัวลง ส่งผลสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเพิ่มสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ทรงตัวตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เงินบาทอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการไหลออกสุทธิของเงินทุนเคลื่อนย้าย

สถานการณ์เศรษฐกิจโลก มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคอสังหาริมทรัพย์

แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ยังคงตัดสินใจคงมาตรการคิวอี ต่อไป ในขณะที่ความขัดแย้งด้านนโยบายเศรษฐกิจระหว่างพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน ทำให้รัฐสภาไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณและนำไปสู่การประกาศหยุดดำเนินงานของภาครัฐบาลส่วนเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี

นอกจากนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจขยายเพดานหนี้สาธารณะในช่วงกลางเดือนต.ค.

สำหรับ เศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรโซนฟื้นตัวช้าๆ และต่อเนื่อง ในขณะที่ผลการเลือกตั้งในเยอรมนีมีแนวโน้มทำให้การดำเนินนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนมีความต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเศรษฐกิจญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและเศรษฐกิจจีนที่เริ่มมีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ

ทั้งนี้ การลงมาตรการขยายปริมาณของธนาคารกลางสหรัฐ(คิวอี) ส่งผลให้ค่าเงินสกุลเอเชียเริ่มแข็งค่าขึ้น

เศรษฐกิจไทยในปี 2556 มีแนวโน้มขยายตัวในช่วง 3.8-4.3% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีในช่วง 2.3-2.8% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 0.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปียังมีข้อจำกัดเพิ่มเติมจากผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ในขณะที่ การแก้ปัญหาเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐ ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามและประเมินอย่างใกล้ชิด