"ฟอร์ด"เผยแผนผลิตรถมากขึ้นทั่วโลก เล็งสร้างโรงงานเพิ่มในประเทศตลาดเกิดใหม่ ยกเครื่องวิธีการผลิต และทำงานเกือบตลอด 24 ชั่วโมง
นายอลัน มัลลัลลีย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 2 ของโลก เผยแผนผลิตรถมากขึ้น 1 ใน 3 ทั่วโลก โดยจะสร้างโรงงานมากขึ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ ยกเครื่องวิธีการผลิต และดำเนินงานในโรงงานส่วนใหญ่ตลอด 24 ชั่วโมงภายในปี 2560
ฟอร์ดตั้งเป้าผลิตรถประมาณ 8 ล้านคันทั่วโลกภายในกลางทศวรรษ เพิ่มจากการผลิตรถยนต์และรถกระบะ 6 ล้านคันในปีนี้
ความพยายามเหล่านี้เป็นไปตามระบบ "วัน ฟอร์ด" (One Ford) ในอันที่จะลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตด้วยการใช้ยุทธศาสตร์การผลิตที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นเสาหลักในการปรับโครงสร้างฟอร์ดของนายมัลลัลลีย์ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา
ภายในปี 2560 ฟอร์ดจะมีโรงงานประมาณ 80 แห่ง และมีแผนผลิตรถยนต์กับรถกระบะทั้งหมดจากแพลท์ฟอร์ม 9 แบบ ลดลงจาก 15 แบบในปัจจุบัน ซึ่งภายในปี 2560 โรงงานของฟอร์ดจะสามารถผลิตรถได้เฉลี่ย 4 รุ่นต่างกัน เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 3 รุ่นในปัจจุบัน
90% ของโรงงานฟอร์ดทั่วโลกจะผลิต 3 กะภายในปี 2560 ซึ่งจะทำให้ผลิตเพิ่มขึ้นได้ 30% ขณะที่ปัจจุบัน 65% ของโรงงานฟอร์ดทำงาน 3 กะ
นอกจากนั้น ฟอร์ดยังกำลังสร้างโรงงานใหม่ 14 แห่งอันเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายตัวทั่วโลกที่เริ่มต้นเมื่อปี 2554 ในประเทศต่างๆ อย่างจีนกับอินเดีย
ฟอร์ดคาดว่าการเคลื่อนไหวเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้บริษัทรับมือได้เร็วมากขึ้นกับรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยภายในปี 2560 ฟอร์ดจะเปิดตัวรถใหม่หรือปรับโฉมรถรุ่นเดิม 114 รุ่นทั่วโลก
นอกจากนั้น ฟอร์ดยังตั้งเป้าจะปรับปรุงความยืดหยุ่นและความเร็วด้านการผลิต ด้วยการนำเทคนิคล้ำสมัยมาใช้ อย่างเทคโนโลยีเอฟ3ที หรือฟอร์ด ฟรีดอม ฟาบริเคชัน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผลิตแม่พิมพ์ได้ภายใน 3 วันทำการ เทียบกับ 6 เดือน









