วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดเงินนอกจ่อเข้าตลาดบอนด์อีกแสนล้าน

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย คาดครึ่งปีหลังเงินนอกจ่อเข้าไทยอีกแสนล้าน แนะจับตาจีดีพีประเทศหลังแนวโน้มลดลง เชื่อสหรัฐแก้ปัญหาวิกฤตเพดานหนี้ได้

นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมประเมินว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ทิศทางของเงินทุนต่างประเทศนั้นน่าจะยังไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของไทย โดยประเมินว่าในในช่วงไตรมาสที่ 4 นั้นเงินทุนต่างชาติน่าจะไหลเข้ากว่า 7 หมื่นล้านบาท ถึง1 แสนล้านบาท หลังจากต้นปีถึงเดือนกันยายน เงินทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยแล้วกว่า 61,659 ล้านบาท

"ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประเมินว่า ทิศทางเงินทุนต่างชาติน่าจะเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกันยายนนั้น นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิในตราสารหนี้ไทย 71,753 ล้านบาท และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นนักลงทุนต่างชาติก็ยังทยอยซื้อเข้ามาต่อเนื่องอีกหลายพันล้านบาท"

ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงนี้นอกจากปัจจัยภายในคือการติดตามการปรับประมาณการจีดีพีในปีนี้ที่มีแนวโน้มถูกปรับประมาณการลดลง กับสถานการณ์อุทกภัยในประเทศว่าจะมีความรุนแรงหรือไม่แล้ว ปัจจัยต่างประเทศก็ยังต้องติดตามคือปัญหาการขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐ จากการประเมินนั้น สหรัฐน่าจะสามารถผ่านปัญหาดังกล่าวไปได้ ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการคิวอีอยู่

ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลพวงให้ค่าเงินบาทนั้นมีแนวโน้มที่จะแข็งค่ามากขึ้น แต่การไหลเข้านั้นเชื่อว่าน่าจะเป็นการไหลเข้ามาอย่างไม่รวดเร็วเหมือนในช่วงต้นปี ส่วนอัตราผลตอบแทนจากตรสารหนี้นั้น ยังคงมีทิศทางที่จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ10ปีอยู่ที่ 3.94 %เพิ่มขึ้น 40 เบสิกพอย โดยการปรับเพิ่มขึ้นอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ไทยนั้น จะส่งผลให้ผู้ที่ลงทุนในตราสารหนี้จำนวนมากๆอย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) ที่มีการลงทุนในตลาดเงินสูง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ โดยหากนักลงทุนสถาบันถือตราสารหนี้10ปี และผลตอบแทนขึ้นไป 40 เบสิกพอย จะส่งผลให้ผู้ถือตราสารหนี้ขาดทุนทันที 4 %

ทั้งนี้ หากสหรัฐไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ทันกำหนด และส่งผลให้สหรัฐต้องผิดนัดการชำระหนี้ครั้งแรกนั้น ก็จะส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ไทยนั้นมีเงินไหลออกไปได้ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะไหลออกอย่างรุนแรงเหมือนที่หลายฝ่ายคาด เนื่องจากปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติไม่ถือว่าเป็นผู้เล่นหลักในตลาดตราสารหนี้ไทย โดยมองว่าน่าจะส่งผลกระทบกับตราสารหนี้ระยะสั้นเท่านั้นที่จะไหลออก ส่วนตราสารหนี้ระยะยาวนั้นไม่น่ากระทบ สำหรับความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติ ปัจจุบันถือสุทธิในตราสารหนี้ไทยที่มาอายุน้อยกว่า 6 เดือนนั้น อยู่ทั้งหมด 164,717 ล้านบาท หรือคิดเป็น 62 %ทั้งหมด