คมนาคมเตรียมเปิดให้รถร่วมขสมก.ให้บริการตามมาตรการรถเมล์ฟรี รัฐจ่ายเงินอุดหนุน ชี้ต้องติดตั้งระบบบาร์โค้ดตรวจสอบปริมาณผู้โดยสาร
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ครม.มีมติขยายระยะเวลามาตรการรถไฟ-รถเมล์ฟรีออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2556 - 31 มี.ค. 2557 วงเงินชดเชย 2,085 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และ กระทรวงคมนาคม จะร่วมกันหามาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ประสบปัญหาขาดทุนจากการให้บริการรถเมล์ฟรีของ ขสมก.ด้วย
ในเบื้องต้น อาจให้ผู้มีรายได้น้อยพกบัตรเพื่อใช้บริการรถโดยสาร ขสมก. รวมทั้งรถโดยสารร่วมบริการ ขสมก. โดยรัฐบาลจะอุดหนุนรายได้ให้กับผู้ประกอบการรถร่วมขสมก. และยกเลิกรถเมล์ฟรี เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยใช้บริการรถโดยสารธรรมดาได้ทั้งหมด ไม่จำกัดเฉพาะต้องเป็นรถเมล์ฟรี ทำให้ไม่ต้องรอรถนาน ขณะเดียวกัน อาจต้องติดตั้งระบบบาร์โค้ดเพื่อตรวจสอบปริมาณผู้ใช้ ป้องกันไม่ให้รั่วไหล ซึ่งรัฐจะต้องลงทุนระบบดังกล่าว
"การที่จะจ่ายเงินอุดหนุนให้รถร่วมบริการ ขสมก. ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องวางรูปแบบให้ชัดเจน และคงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 6 เดือนนี้ แต่รัฐจำเป็นต้องเริ่มคิด เพื่อที่จะให้มาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนตรงจุดเป้าหมายมากที่สุด"นายชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ บริการรถเมล์ฟรีที่ผ่านมา ไม่ได้จำกัดกลุ่มผู้ใช้ ทำให้มีผู้ใช้บริการ ทั้งที่มีรายได้น้อยและมีรายได้มาก รวมทั้งแรงงานต่างชาติใช้บริการรถเมล์ฟรีจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้มาตรการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์ จึงต้องเริ่มต้นจากการกำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติว่าผู้มีรายได้น้อย ต้องพิจารณาจากอะไร เช่น การใช้จ่ายค่าน้ำและไฟฟ้า หรือการเสียภาษี รวมทั้งจะต้องกำหนดจำนวนเที่ยวในการใช้บริการที่เหมาะสม ว่า แต่ละเดือนควรจะได้สิทธิกี่ครั้ง เพื่อที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายได้
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการลงทุนในการติดตั้งระบบหรือตัวเครื่องอ่านและการจัดทำบัตรแบบติดบาร์โค้ดนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะจัดสรรเงินบางส่วน จากเงินอุดหนุนมาตรการรถเมล์และรถไฟฟรีมาลงทุน ส่วนมาตรการรถไฟฟรีนั้น ผู้ที่มีบัตรรถเมล์ฟรี ก็จะสามารถใช้บริการรถไฟด้วยเช่นกัน
สำหรับมาตรการรถเมล์ฟรีของ ขสมก. จะมีรถธรรมดาบริการฟรีวันละ 800 คัน ใน 73 เส้นทาง ส่วนรถไฟฟรี ประกอบด้วย รถไฟชั้น 3 เชิงสังคม 164 ขบวนต่อวัน และรถไฟชั้น 3 ระยะทางไกลในขบวนรถเชิงพาณิชย์ 8 ขบวนต่อวัน ซึ่งดำเนินการมาแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2552 ที่ผ่านมารัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายรวม 14,453.29 ล้านบาท แบ่งเป็น ขสมก. จำนวน 10,475.12 ล้านบาท และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จำนวน 3,978.17 ล้านบาท






