วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกฯชี้นำท่วมกระทบค้าปลีกช่วงสั้น

โบรกฯประเมินสถานการณ์น้ำท่วมกระทบยอดขายกลุ่มค้าปลีกแค่ระยะสั้น "โกลบอลเฮ้าส์" ไม่หวั่นน้ำท่วมกระทบยอดขาย มั่นใจรายได้ทั้งปีโต 40-45%

บริษัทหลักทรัรพย์ เคเคเทรด วิเคราะห์ว่า สถานการณ์น้ำท่วมได้กลับมาเป็นปัจจัยกังวลสำหรับหุ้นกลุ่มค้าปลีก โดยปัจจุบันสถานการณ์น้ำท่วม ใน 27 จังหวัดยังเป็นปัญหา แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ภาคเหนือ 8 จังหวัด ภาคกลาง 7 จังหวัด และภาคตะวันออก 4 จังหวัด ในจำนวนนี้มีสาขาค้าปลีก ที่ฝ่ายวิจัยบล.เคเคเทรดศึกษา 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซีพีออลล์ (CPALL) บริษัท สยามโกลบอล เฮ้าส์ (GLOBAL) และบริษัท โฮมโปร (HMPRO)

ซีพีออลล์ มีสาขาครอบคลุมทั้ง 27 จังหวัด ส่วนสยามโกลบอล มีสาขาในจังหวัดน้ำท่วม 4 สาขา และโฮมโปร มีสาขาในจังหวัดน้ำท่วม 2 สาขา ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลกับทางบริษัทเหล่านี้ ยังไม่มีสาขาใดได้รับความเสียหายและปิดทำการ มีเพียงสาขาของสยามโกลบอลฯ ที่น้ำท่วมรอบนอก ได้แก่ สาขาจ.สุรินทร์ จ.มุกดาหาร จ.หนองคาย และจ.สกลนคร จึงมองว่าเป็นประเด็นกังวลที่จะกดดันราคาหุ้น

แม้สถานการณ์น้ำท่วม ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสาขาของซีพีออลล์ และโฮมโปร เหมือนในปี 2554 ขณะที่สยามโกลบอลฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมปี 2554 เพราะไม่มีสาขาในภาคกลาง แต่อุปสรรคในการเดินทาง อาจส่งผลต่อยอดขาย เพราะลูกค้าบางส่วนชะลอการซื้อ

หากพิจารณาสัดส่วนสาขาต่างจังหวัด และยอดขาย มองว่า สยามโกลบอลฯ มีความเสี่ยงมากกว่า เพราะมีสัดส่วนสาขาต่างจังหวัด 100% และมียอดขายเฉลี่ยต่อ สาขาต่อเดือนประมาณ 50 ล้านบาท ขณะที่ซีพีออลล์ มีสัดส่วนสาขาต่างจังหวัด 46% ส่วนโฮมโปร มีสัดส่วนสาขาต่างจังหวัด 64% และยอดขาย 55% ของยอดขายรวม

"คาดว่าช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ สยามโกลบอลฯ จะมีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมอยู่ที่ 5% ชะลอจาก 6.4% ในช่วงไตรมาส 2 เพราะผลกระทบที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วมต่อยอดขายบางส่วน ขณะที่ซีพีออลล์และโฮมโปร คาดจะมีอัตราการเติบโตของสาขาเดิมที่ 7%"

หากเทียบผลการดำเนินงานระยะสั้นช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ คาดสยามโกลบอลฯ จะมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า โดยมีกำไรสุทธิ 254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 11% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รวมความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่จะส่งผลต่ออัตราการเติบโตของยอดขายเดิมไว้ในประมาณการแล้ว กำไรสุทธิที่ยังเติบโตได้ดีในไตรมาสนี้ เกิดจากค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ลดลงจากไตรมาส 2 ที่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงาน ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น เป็น 15.3% และผลบวกจากอัตราดอกเบี้ยจ่ายลดลงตามภาระหนี้

ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มค้าปลีก มากกว่าตลาด ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของบริษัทค้าปลีกที่ศึกษายังเป็นไปตามวัฏจักรปกติ ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มองว่ามีผลกระทบจำกัดต่อผู้ประกอบการ ในทางกลับกันคาดว่าการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลดจะเป็นปัจจัยบวกระยะกลางต่อผู้ประกอบการกลุ่มซ่อมแซม ก่อสร้างบ้าน โดยเฉพาะสยาม โกลลอลฯ มีสินค้าครอบคลุมกลุ่มวัสดุฯ ด้านโครงสร้างและกลุ่มวัสดุตกแต่งฯ และมีสัดส่วนลูกค้ากระจายตัวทั้งลูกค้าที่อยู่อาศัย, ผู้รับเหมารายย่อย-ขนาดใหญ่ ขณะที่การเติบโตของการก่อสร้างในต่างจังหวัด ทำให้ สินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งยังมีความต้องการต่อเนื่อง

ส่วนนายวิฑูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอล เฮ้าส์ หรือ GLOBAL เปิดเผยว่า สาขาของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบ หรือมีความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่อาจได้รับผลกระทบยอดขายลดลง เพราะลูกค้าเดินทางมาซื้อสินค้าไม่สะดวก ประกอบกับปริมาณฝนปีนี้ค่อนข้างมาก ทำให้งานก่อสร้างๆ ต้องหยุดไป

หากสถานการณ์น้ำท่วมลดลงช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ กำลังซื้อที่หายไปก็จะกลับเข้ามา โดยเฉพาะการซื้อสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากน้ำท่วม ทำให้บริษัทมั่นใจว่า ผลการดำเนินงานปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยมีรายได้เติบโต 40-45% จากปีก่อนหน้า

"ปีนี้จะเหมือนช่วงปี 2554 แม้สาขาไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่หายไป ซึ่งหลังน้ำลด กำลังซื้อก็กลับมา ทำให้ปีนี้ บริษัทไม่ได้ปรับลดเป้ารายได้ลง"