วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินฟราฟันด์ ดันมาร์เก็ตแคปไอพีโอพุ่งกระฉูด

ตลาดฯเผยมาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอปัจจุบันแตะ 2.32 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ 1.8 แสนล้านบาท หลังมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน-กองอสังหาฯเข้าเทรด

นางสาวปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป)ของหุ้นไอพีโอปัจจุบันอยู่ที่ 2.32 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตลาดหลักทรัพย์ตั้งไว้ที่ 1.8 แสนล้านบาท โดยสาเหตุที่มาร์เก็ตแคปปรับตัวสูงกว่าเป้าหมายมาจากในปีนี้มีกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาซื้อขายเป็นปีแรก จึงทำให้มาร์เก็ตแคปปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ประกอบกับปีนี้มีบริษัทเร่งออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์) ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าสิ้นปีมาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอจะอยู่ที่จำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะมีกองทุนพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ เข้ามาเทรดได้กี่กอง ซึ่งขณะนี้มีบริษัทที่มีแผนออกกองทุนพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และกอง REITs รวม 20 กอง ซึ่งมีการยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานก.ล.ต.แล้วจำนวน 6-7 กอง ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าจดทะเบียนได้ทั้งหมดในปีนี้หรือไม่

"มาร์เก็ตแคปไอพีโอในปัจจุบันอยู่ที่ 2.32 แสนล้านบาท ซึ่งสูงที่สุด และทะลุเป้าหมายที่ตลาดตั้งไว้ที่จะมีมาร์เก็ตแคป 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งได้มีการปรับเพิ่มเป้ามาจาก 1.2 แสนล้านบาท โดยสาเหตุที่มาร์เก็ตแคปนี้เพิ่มขึ้นสูงมาก เนื่องจากมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาเทรดมากขึ้น ซึ่งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มาร์เก็ตแคปปรับตัวสูงมาก เฉพาะกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง BTS โกรท ตัวเดียวมีมาร์เก็ตแคปถึง 6.25 หมื่นล้านบาท และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอมตะ บี.กริม มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท และในเดือนหน้าคาดว่าจะมีกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแสงอาทิตย์ SPCG จะเข้าซื้อขาย และอยู่ระหว่างการลุ้นว่ากองทรัสต์ อิมแพ็ค โกรท เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) จะเข้ามาเทรดได้ภายในปีนี้หรือไม่" นางสาวปวีณา กล่าว

ทั้งนี้ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแสงอาทิตย์เอสพีซีจี (SPCGIF) ระบุในแบบไฟลิ่งว่าได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหน่วยลงทุนแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในเบื้องต้นที่ 10.70-11.00 บาทต่อหน่วยลงทุน โดยมีจำนวนหน่วยลงทุนที่เสนอขายอยู่ที่ 519 ล้านหน่วย คิดเป็นจำนวนเงินทุน 5.55-5.71 พันล้านบาท และมีธนาคารกสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบลจ. กสิกรไทย เป็นผู้จัดการกองทุน

ทั้งนี้กองทุน SPCGIF มีอายุ 10 ปี โดยจะใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนในครั้งแรกนี้ ไปลงทุนในสิทธิในการรับผลประโยชน์จากรายได้ในอนาคตสุทธิ จากการดำเนินการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ของโรงงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 7 แห่ง เป็นระยะเวลา 10 ปี

ด้านบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS รายงานว่า มติคณะกรรมการบริษัทฯ วันนี้ (24 ก.ย.56) เห็นชอบจัดตั้ง กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) สำหรับธุรกิจบรอดแบรนด์อินเทอร์เน็ต มูลค่าประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสาร เพื่อขออนุมัติจัดตั้งกองทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)