"พาณิชย์"ลุ้นส่งออกทั้งปีขยายตัว 4% เผยเดือนส.ค.โต 3.92% เป็นบวกครั้งแรกรอบ 4 เดือน ยอดนำเข้าทองคำพุ่ง ขาดดุลการค้า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์
ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย โดยเฉพาะการส่งออกเป็นแกนขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ปัญหาเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัวลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดยอดการส่งออกของไทยให้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศประจำเดือนส.ค. แม้ตัวเลขกระเตื้องขึ้นมา แต่ในช่วงระหว่างนี้ถึงสิ้นปี ยังมีปัญหาท้าทายหลายประการ ทั้งในด้านตัวสินค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจของผู้นำเข้าที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนส.ค. มีมูลค่า 20,467 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.92% เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน เป็นการส่งออกที่กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 20,562 ล้านดอลลาร์ ลดลง 2.07% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 94.7 ล้านดอลลาร์
ขณะที่การส่งออกช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 152,836 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.03% การนำเข้ามีมูลค่า 170,983 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.10% ส่งผลให้ขาดดุลการค้ารวม 18,147 ล้านดอลลาร์
สินค้าเกษตรอ่วมเดือนส.ค. วูบ 10.8%
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า สินค้าส่งออกสำคัญในเดือนส.ค. ในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 10.8% โดยสินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ ยางพาราลดลง 7.8% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ลดลง 19% อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป (ไม่รวมกุ้ง) ลดลง 12.8% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป ลดลง 22.8% น้ำตาล ลดลง 55.4%
หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมเพิ่มขึ้น 2.3% โดยสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 2.1% ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเพิ่มขึ้น 15.8% สินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ลดลง 0.1% วัสดุก่อสร้าง ลดลง 20.8% ทองคำยังไม่ขึ้นรูปลดลง 12% ผลิตภัณฑ์ยาง ลดลง 0.3%
ส่วนสินค้าส่งออก 8 เดือน หมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 7.1% โดยสินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ ข้าว ลดลง 1.4% ยางพาราลดลง 12.8% อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป (ไม่รวมกุ้ง) ลดลง 2.8% กุ้งแช่แข็งและแปรรูปลดลง 30.2% ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ลดลง 1.4% น้ำตาลลดลง 32.8%
หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ภาพรวมเพิ่มขึ้น 2.3% โดยสินค้าที่ส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 1.2% ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเพิ่มขึ้น 12% สินค้าส่งออกที่ลดลง ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง -3.2% อัญมณีและเครื่องประดับ ลดลง 20.3% ทองคำยังไม่ขึ้นรูปลดลง 45.1%
ตลาดสหรัฐ-ยุโรปเดือนส.ค.กระเตื้อง
ส่วนส่งออกรายตลาดในเดือนส.ค. ภาพรวมเพิ่มขึ้น 2.9% โดยสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.6% ญี่ปุ่นลดลง 6% สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ เพิ่ม 13.4% ตลาดอาเซียน (9 ประเทศ) เพิ่มขึ้น 17.3% อาเซียนเดิม (5 ประเทศ) เพิ่มขึ้น 20% อินโดจีนและพม่า เพิ่มขึ้น 10.9% จีนเพิ่มขึ้น 3.1% ตลาดที่ลดลง ได้แก่ เกาหลีใต้ ลดลง 23.1% ไต้หวันลดลง 12.3%
ส่วนตลาดส่งออก 8 เดือน ตลาดหลักภาพรวมลดลง 0.6% โดยญี่ปุ่นลดลง 4% สหรัฐ 0% ในขณะที่สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ เพิ่มขึ้น 2.7% ตลาดอาเซียน(9) เพิ่มขึ้น 6.2% อาเซียนเดิม (5) เพิ่มขึ้น 5.2% ตลาดที่ลดลง ได้แก่ จีน ลดลง 2.9%เกาหลีใต้ ลดลง 1.9%
สาเหตุที่การส่งออกไปยุโรปขยายตัวได้ดี ในเดือนส.ค.ถึง 13.4% นั้น มาจากเศรษฐกิจ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ มีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี และบางประเทศในยุโรป เช่น สเปน ส่งสัญญาณปรับตัวในทางที่ดีขึ้น แต่ยังมีปัญหาการว่างงานสูง ส่วนตลาดสหรัฐ ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่มีความเสี่ยงหนี้สาธารณะสูง ส่วนญี่ปุ่นที่การส่งออกเดือนส.ค. ลดลง 6% ยังฟื้นตัวไม่แข็งแกร่ง
หวังกลุ่มเรียลเซคเตอร์ดันส่งออกโต 4%
ส่วนเป้าหมายการส่งออก ปี 2556 ยังไม่สามารถสรุปได้ เบื้องต้น ประเมินว่าหากพิจารณาเฉพาะสินค้ากลุ่มเรียล เซคเตอร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต่อการส่งออกรวมเกือบ 90% ประเมินว่าในช่วง 3 เดือนจากนี้ จะสามารถส่งออกได้ เฉลี่ยเดือนละ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และจะทำให้การส่งออกทั้งปี 2556 (เฉพาะกลุ่มเรียลเซคเตอร์) ขยายตัวได้ 4% ทั้งนี้ การส่งออก 8 เดือนปีนี้ กลุ่มสินค้าเฉพาะ (เชื้อเพลิง ทองคำ อาวุธ) มูลค่า 11,981 ล้านดอลลาร์ ลดลง 17.6% และกลุ่มเรียล เซคเตอร์ มูลค่า 140,854 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3%
"ตั้งแต่เดือนต.ค. นี้ จะมีการหารือกับเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยการหารือใหญ่จะมีขึ้นช่วงปลายเดือนต.ค. เป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เอกชนมาร่วมแสดงความเห็นทั้งต่อเป้าหมายการส่งออกปีนี้ และ ปี 2557 และการร่วมกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าร่วมกัน"นางศรีรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ส่งออก ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมมาร่วมพัฒนา รวมถึงการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ซึ่งเป็นการลงทุนจากต่างประเทศที่กำลังมีแนวโน้มกระจายความเสี่ยง เพิ่มการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ แทนที่จะกระจุกตัวในที่ใดที่หนึ่ง
แนะเอกชนรับออเดอร์ล็อตเล็กดันยอด 4%
แหล่งข่าวจาก กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ในการประชุมร่วมกันระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทั้ง 62 แห่งทั่วโลก ได้ข้อสรุปว่าการส่งออกปีนี้ จะขยายตัวอยู่ที่ 4% ภายใต้เงื่อนไขเอกชนให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะการรับคำสั่งซื้อสินค้าล็อตเล็กๆ ในช่วงปลายปี แทนที่จะเน้นเฉพาะคำสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากๆ แต่การหารือเบื้องต้นพบว่าเอกชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าการส่งออกปลายปีนี้จะสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากหลายอุตสาหกรรมได้รับคำสั่งซื้อไปเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ ต้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้เอกชนประเมินได้แล้วว่าการส่งออกปีนี้ไม่น่าจะขยายตัวได้เกิน 3%
"แผนส่งออกและเป้าหมายของภาครัฐได้ข้อสรุปหมดแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์ต้องการให้นำแผนดังกล่าวส่งต่อไปยังเอกชน เพื่อประเมินว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ โดยเอกชนต้องส่งการบ้านในเดือน ต.ค.นี้ ระหว่างการประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้น ระหว่างภาครัฐและกลุ่มส่งออกที่สำคัญๆ"แหล่งข่าวกล่าว
ชี้โต3%ต้องส่งออก2.7หมื่นล้านดอลล์ต่อเดือน
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การส่งออกปีนี้ กรณีเลวร้ายสุดอาจขยายตัวได้เพียง 1.5% หากคาดการณ์ทางเศรษฐกิจโลก และอัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงรุนแรงและไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากปัจจุบันหากประเมินเศรษฐกิจตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐ มีแนวโน้มดีขึ้นจนทำให้รัฐบาลเตรียมลดมาตรการ คิวอี ญี่ปุ่น มีสัญญาณดีขึ้นหลังอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ เช่นเดียวกับยุโรปที่สถานการณ์หนี้สาธารณะเริ่มคลี่คลาย ด้านปัจจัยค่าเงิน ปัจจุบันแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออก หากประเมินจากปัจจัยดังกล่าวจะทำให้การส่งออกปีนี้ น่าจะขยายตัวได้ 3% ภายใต้เงื่อนไขการส่งออกเฉลี่ยตั้งแต่เดือนก.ย. จนถึงสิ้นปีมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ หากไม่เป็นไปตามนี้ อัตราการขยายตัวอาจไม่เกิน 2%
"การรับออเดอร์กว่า 60-90% จะดำเนินการกันไปแล้วที่เหลือเพียงรอส่งมอบ ซึ่งก็หวังว่าช่วงเดือน 11 -12 นี้ตัวเลขการส่งออกจะมีทิศทางที่ดี ตามวงจรการส่งออก ที่จะมีมูลค่าและอัตราขยายตัวดีในช่วงไตรมาสที่ 4"นายวัลลภ กล่าว
สถิติการส่งออกการส่งออกไตรมาส 4 ปี 2555 ที่ผ่านมา เดือนต.ค. มีมูลค่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 15.56% เดือนพ.ย. มูลค่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 26.85% เดือนธ.ค. มูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.45% ขณะที่การส่งออกรายไตรมาส เมื่อปี 2555 ไตรมาส 4 มูลค่า 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18.74% ทั้งปีมูลค่า 2.29 แสนล้านดอลลาร์ ขยายตัว 2.99% จะเห็นว่ามูลค่าและอัตราขยายตัวการส่งออกปี 2555 มีอัตราสูงเพราะช่วงปี 2554 มีปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ทำให้การส่งออกช่วงปีนี้ ในทางเทคนิค นอกจากต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงการส่งออกทั่วไปแล้ว ยังต้องเผชิญกับปัญหาทางเทคนิคของการเปรียบเทียบฐานคำนวณที่สูง นอกจากนี้ ในประชุมทูตพาณิชย์พบว่าหลายตลาด เช่น จีน มีแผนจะขอปรับลดเป้าหมายการส่งออกด้วยเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
หอการค้าคาดโตได้ 3-4%
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การส่งออกช่วง 4 เดือนหลังจากนี้ จะมีแนวโน้มดีในช่วงเดือนก.ย.- พ.ย. แต่เดือนธ.ค. จะลดลง เนื่องจากสินค้าต้องส่งออกไปให้ทันป้อนตลาดช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ทำให้คาดว่าภาพรวมการส่งออกปีนี้ จะเฉลี่ยขยายตัวได้ประมาณ 3-4% ซึ่งสาเหตุที่การส่งออกปีนี้ขยายตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาเศรษฐกิจประเทศปลายทางและภาวะเงินบาทแข็งค่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การประชุมหารือกับเอกชน อยากเห็นรัฐบาลกำหนดแผนการทำงานร่วมกับเอกชนสำหรับการส่งเสริมการส่งออกในปี 5 ปีข้างหน้ามากกว่าการหารือเพียงเป้าหมายการส่งออกในปี 2556 และปี 2557 เท่านั้น ส่วนภาพรวมการส่งออกปี 2557 หากตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5% ก็มีความเป็นไปได้ เพราะว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น
แบงก์ชาติชี้ส่งออกเดือนส.ค.ฟื้นตัว
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การส่งออกของไทยในเดือนส.ค. มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับที่ดี ส่วนจะขยายตัวที่เท่าไรนั้น จะต้องรอความชัดเจนในการแถลงตัวเลขการส่งออกอีกครั้งในวันที่ 30 ก.ย.นี้
"จากการสอบถามตัวเลขการส่งออกในเบื้องต้น พบว่า ตัวเลขการส่งออกมีสัญญาณที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ในส่วนของรายละเอียดว่าเติบโตอย่างไร และเติบโตเท่าไรนั้น จะต้องรอติดตามในการแถลงตัวเลขการส่งออกของ ธปท. ในวันที่ 30 ก.ย. นี้"









