นครชัยแอร์ชู'รถเฟิร์สคลาส' ผงาดตลาดหุ้น

นครชัยแอร์ชู"รถเฟิร์สคลาส" ยกเครื่องการให้บริการก่อนเข้าจดทะเบียนตลาดหุ้น คาดปริมาณผู้โดยสารปีนี้โต 15% หลังเปิดเดินรถ 4 เส้นทางใหม่
ธุรกิจให้บริการรถโดยสารทางไกลเป็นหนึ่งในทางเลือกในการเดินทาง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นิยมใช้บริการ แม้อัตราค่าโดยสารจะสูงกว่าการเดินทางโดยรถไฟ แต่มีความสะดวกรวดเร็วมากกว่า ตลาดของรถโดยสารประเภทนี้ถือเป็นตลาดใหญ่ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการเพื่อรักษาลูกค้า
นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า นครชัยแอร์มีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยต้องการระดมเงินทุนประมาณ 3 พันล้านบาทเพื่อนำมาขยายงาน ทั้งการรับช่วงสัญญาสัมปทานเดินรถและการซื้อรถโดยสารเพิ่ม ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการโดยมีบริษัท หลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน สาเหตุที่ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเพราะต้องการยกระดับธุรกิจการขนส่งผู้โดยสารให้เป็นธุรกิจที่เน้นการบริการ เดินทางสะดวกและปลอดภัย จากเดิมที่สังคมมองว่าเป็นธุรกิจที่ไม่น่ารักและในการให้บริการต้องแย่งผู้โดยสารบริเวณสถานีขนส่ง
ทั้งนี้ นครชัยแอร์ต้องการยกระดับการบริหารงานของบริษัทให้เป็นแบบมืออาชีพจากเดิมที่เป็นแบบครอบครัว และต้องการระดมทุนเพื่อนำเงินมาลงทุนขยายงานเพิ่มขึ้น คือการรับช่วงสัญญาสัมปทานเดินรถจากผู้ประกอบการรายอื่นที่ไม่ต้องการประกอบธุรกิจนี้แล้ว ซึ่งคาดว่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะผู้ประกอบการรุ่นหลังที่รับช่วงธุรกิจมาจากรุ่นพ่อแม่เห็นว่าธุรกิจรับส่งผู้โดยสารเป็นเรื่องค่อนข้างจุกจิก และเป็นงานบริการที่ต้องดูแลทั้งรถ พนักงาน และผู้โดยสารที่มีความหลากหลาย และยังเป็นธุรกิจที่กำไรน้อยมาก เพราะถูกควบคุมอัตราค่าโดยสารจากรัฐ
"มั่นใจว่านครชัยแอร์มีจุดขาย โดยเฉพาะการใส่ใจบริการ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรถโดยสารที่มีลักษณะเฉพาะ เน้นความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรถ ที่นั่งสะดวกสบาย ส่งผลให้บริษัทมีอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสารถึง 80%"
อย่างไรก็ตาม ปริมาณผู้โดยสารของนครชัยแอร์มีอัตราการเติบโตทุกปีเฉลี่ยปีละ 5-7% ในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตถึง 15% เพราะเพิ่มเส้นทางเดินรถใหม่ 4 เส้นทาง คือ 1.กรุงเทพฯ-หนองคาย 2.กรุงเทพฯ-เชียงราย 3.กรุงเทพฯ-มหาสารคาม และ4.กรุงเทพฯ-น่าน ส่งผลให้นครชัยแอร์มีเส้นทางให้บริการทั้งหมดรวม 19 เส้นทาง มีรถโดยสารให้บริการรวม 305 คัน
สำหรับรถใหม่ที่นครชัยแอร์นำมาให้บริการจะเป็นรถที่มีความยาว 15 เมตร จากปกติ 12 เมตร โดยจะให้บริการเป็นรถ First Class จำนวน 30 ที่นั่ง จากเดิม 21 ที่นั่ง เส้นทางแรกที่จะนำรถ First Class มาให้บริการคือกรุงเทพฯ-หนองคาย ซึ่งรถดังกล่าวผ่านการทดสอบสมรรถนะจากกรมการขนส่งทางบกแล้ว ถือเป็นรถขนาด 15 เมตรคันแรกของไทย
ทั้งนี้ รถ First Class ขนาด 30 ที่นั่ง จะตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารได้มากขึ้น จากเดิมที่ผู้โดยสารร้องเรียนว่าจองที่นั่งไม่ได้ และการมีจำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้นอีก 9 ที่นั่ง ยังช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่การให้บริการรถประเภทนี้จะมีรายได้น้อยมากเพราะจำนวนที่นั่งน้อยกว่ามาตรฐานทั่วไปที่จะมี 24 ที่นั่ง
สำหรับต้นทุนรถขนาด 15 เมตรจะสูงกว่ารถขนาด 12 เมตร โดยมีมูลค่าคันละประมาณ 9 ล้านบาท ขณะที่รถขนาด 12 เมตรราคาคันละ 7 ล้านบาท แต่รถขนาด 15 เมตรประหยัดน้ำมันกว่าประมาณ 2-3% และค่าสึกหรอต่ำกว่าเช่นกัน โดยนครชัยแอร์วางแผนจะซื้อรถขนาด 15 เมตรรวม 48 คัน โดยในปีนี้จะรับมอบ 24 คัน คาดว่าจะคุ้มทุนภายใน 4-5 ปี
ส่วนการดูแลซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารนั้น นครชัยแอร์ได้กำหนดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อะไหล่รถกว่า 1 หมื่นรายการ ถือเป็นการกำหนดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อะไหล่รถมากที่สุด และจะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเมื่อครบอายุการใช้งานเพื่อป้องกันปัญหารถเสียระหว่างทาง
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้นครชัยแอร์ตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ 1,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเปิดเส้นทางเดินรถใหม่ปริมาณผู้โดยสารและรายได้จึงเพิ่มขึ้น โดยนครชัยแอร์ให้บริการรถโดยสารวันละประมาณ 200 เที่ยว ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยปีละประมาณ 3 ล้านคน
"แม้ในอนาคตจะมีรถไฟความเร็วสูงให้บริการแต่ไม่ถือว่าเป็นคู่แข่ง เพราะผู้โดยสารเป็นคนละกลุ่ม เนื่องจากอัตราค่าโดยสารต่างกันมาก ผู้โดยสารรถไฟความเร็วสูงน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับผู้โดยสารสายการบินต้นทุนต่ำมากกว่า เพราะอัตราค่าโดยสารใกล้เคียงกัน ส่วนกลุ่มเป้าหมายของรถโดยสารคือผู้ใช้รถส่วนตัวที่หันมาใช้รถโดยสารแทน"







