วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 16-20 กันยายน 2556

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น รับข่าวเฟดยังไม่ปรับลดมาตรการ QE

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น

อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) แกว่งตัวเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะกลับมามีระดับหนาแน่นที่ 2.40% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ทรงตัวที่ 2.50% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 ก.ย. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการเตรียมสภาพคล่องรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงิน น่าจะยังทรงตัวใกล้ระดับ 2.50%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.58% ในวันศุกร์ ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 3.74% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทรงตัวในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงขนาดการซื้อพันธบัตรที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ/เดือนต่อเนื่อง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.75% ในวันพฤหัสบดี ปรับลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 2.88% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากนายลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานเฟด และตลาดคาดการณ์ว่า การปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตรของเฟดอาจมีปริมาณไม่มาก อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลงอย่างมากในวันพุธ หลังเฟดมีมติคงวงเงินของมาตรการ QE ไว้ตามเดิม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสบดี เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณที่แน่นอนสำหรับการเริ่มชะลอมาตรการ QE ของเฟด

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน หลังเฟดคงวงเงิน QE โดยเงินบาทได้รับแรงหนุนในช่วงต้นสัปดาห์จากการถอนตัวออกจากการชิงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ของนายลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส และการคาดการณ์ในช่วงก่อนการประชุม FOMC ว่า เฟดอาจจะลดวงเงินเข้าซื้อพันธบัตรภายใต้มาตรการ QE ในระดับที่ไม่มากนัก เงินบาททะยานขึ้นต่อเนื่องในช่วงต่อมา หลังผลการประชุมเฟดได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก ด้วยการคงวงเงินมาตรการ QE ที่ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือนไว้ตามเดิม ทั้งนี้ กระแสเงินทุนไหลเข้าทั้งในส่วนของตลาดหุ้น และพันธบัตรไทย (1.039 หมื่นล้านบาท และ 6.575 หมื่นล้านบาทในระหว่างสัปดาห์ตามลำดับ) หนุนให้เงินบาทแข็งค่าทะลุแนวต้านสำคัญที่ 31.00 มาแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 30.89 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงปลายสัปดาห์

ในวันศุกร์ (20 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.95 เทียบกับระดับ 31.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 ก.ย.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (23-27 ก.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตากระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับมาตรการ QE และประเด็นทางการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงผลการเลือกตั้งเยอรมนี (22 ก.ย.) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล เดือนส.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนก.ค. จีดีพีประจำไตรมาส 2/2556 (ครั้งสุดท้าย) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดอาจจับตารายงานดัชนี PMI เบื้องต้นในเดือนก.ย. ของหลายๆ ประเทศ และรายงานตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนส.ค. ในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรแข็งค่าขึ้น โดยเงินยูโรมีแรงหนุนจากการถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานเฟดของนายลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส และการเพิ่มขึ้นมากเกินคาดของดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนก.ย.โดยสถาบัน ZEW ของเยอรมนีในช่วงต้นสัปดาห์ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ ยังเผชิญแรงขายที่หนักขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากเฟดมีมติคงวงเงินซื้อพันธบัตรของมาตรการ QE ซึ่งได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนทั่วโลกอย่างมาก แต่กระนั้น แรงขายเงินดอลลาร์ฯ เริ่มชะลอลงในช่วงท้ายสัปดาห์ ท่ามกลางการเข้าซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ ของนักลงทุน ประกอบกับข้อมูลยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ ก็ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

เงินเยนผันผวน โดยเงินเยนแข็งค่าขึ้นในช่วงแรกตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ทั้งในช่วงก่อนและหลังการประชุมเฟด ก่อนจะลดช่วงบวกลงทั้งหมดในช่วงท้ายสัปดาห์ ตามแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนที่ยังคงรอสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มชะลอมาตรการ QE ของเฟด

ในวันศุกร์ (20 ก.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3543 เทียบกับ 1.3292 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 ก.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 99.32 เทียบกับ 99.34 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น รับข่าวเฟดยังไม่ปรับลดมาตรการ QE ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,486.76 จุด เพิ่มขึ้น 6.12% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 9.33% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 53,785.71 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ ขณะที่ นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 379.89 จุด เพิ่มขึ้น 6.94% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ และมุมมองเชิงบวกจากการที่จะนำ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในระหว่างสัปดาห์ ก่อนจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงต่อมารอผลการประชุมของเฟด ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในวันพฤหัสบดี หลังเฟดสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนด้วยการคงวงเงินการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE ไว้ตามเดิม ก่อนจะปรับตัวลงเล็กน้อยในวันศุกร์สอดคล้องกับตลาดในภูมิภาค

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 ก.ย. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยมีโอกาสแกว่งตัวขึ้น จับตารายงานตัวเลขการส่งออกของไทย สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ เครื่องชี้ราคาที่อยู่อาศัย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน จีดีพีไตรมาส 2/2556 (รายงานครั้งที่ 3) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Mich. Consumer Sentiment Index) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,460 และ 1,380 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,500 และ 1,520 ตามลำดับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้น หลังเฟดประกาศยังไม่ปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตราการ QE โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 15,636.55 จุด เพิ่มขึ้น 1.69% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ หลังนายลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานเฟด ขณะที่ ผลการประชุมเฟดที่ออกมาก็มีมติไม่ปรับเปลี่ยนขนาดการซื้อพันธบัตร ก่อน อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี จากการที่นักลงทุนขายทำกำไรระยะสั้น

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น รับข่าวเฟดยังไม่ปรับลดมาตรการ QE โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 14,742.42 จุด เพิ่มขึ้น 2.34% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงในวันอังคารก่อนการประชุมเฟด ก่อนจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันพุธและพฤหัสบดี หลังเฟดประกาศยังไม่ปรับลดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE และอย่างไรก็ดี ดัชนี Nikkei ปรับลดลงอีกครั้งในวันศุกร์ตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุนระยะสั้นก่อนช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่น