กระทรวงเกษตรฯเดินหน้าแผนโซนนิ่ง หลังทุกจังหวัดเข้าใจผิดตั้งเป้าส่งเสริมการผลิต ขาดแผนการตลาด ขีดเส้น 15พ.ย.ต้องเสร็จ
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการประทรวงเกษตร เปิดเผยในการสัมมนาเชิงปฎิบัริการ เรื่อง "การขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม" หรือโซนนิ่งว่า ปัญหาสินค้าเกษตรทั้งล้นตลาด ราคาตกต่ำและไม่มีคุณภาพ ส่งผลให้เกษตรกรเรียกร้องเพื่อให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือ ที่แต่ละปีต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
ทั้งหมดนี้จะคลี่คลายหากมีการจัดการบริหารที่เหมาะสมภายใต้นโยบายโซนนิ่ง ซึ่งกระทรวงเกษตรได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับเกษตรแต่ละจังหวัดจัดทำแผนรายละเอียดของโซนนิ่งแต่ละสินค้าในพื้นที่มาให้พิจารณาแล้ว แต่พบว่าประมาณ 80-90% มุ่งจะส่งเสริมการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ขาดข้อมูลด้านการตลาด ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนได้
ดังนั้นการสัมมนาฯครั้งนี้จึงต้องซักซ้อมความเข้าใจใหม่ทั้งหมดเพื่อให้จัดทำแผนดังกล่าวอีกครั้ง รวมทั้งแผนการบงทุนปังบประมาณปี 2558 ที่สำนักงบประมาณจะพิจารณาเร็วขึ้น โดยแผนจะต้องมีรายละเอียดด้านรายการสินค้า พื้นที่ปลูก ผลผลิตที่ได้ ราคาโดยเฉลี่ย ตลาด ช่วงเวลาการเพาะปลูก ระยะเวลาที่ออกสู่ตลาด เป็นต้น เพื่อที่ส่วนกลางจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ตามความเหมาะสมของพื้นที่ที่ได้ประกาศเขตโซนนิ่งไปแล้ว กรณีพื้นที่ที่มีความเหมาะสม รัฐบาลจะส่งเสริมด้านปัจจัยการผลิต การลงทุนดอกเบี้ยต่ำและการตลาดโดยเชื่อมโยงกับกระทรวงอุตสากรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลังและจัดโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมกับกระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรมัรายได้มากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ต้องเท่าเดิม
อย่างไรก็ตามในบางพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกอยู่แล้วแต่ไม่อยู่ในเขตโซนนิ่ง ทางจังหวัดก็ต้องส่งรายละเอียดถึงสาเหตุและความเข้าใจของเกษตรกรด้วย พื้นที่เหล่านี้อาจต้องปรับเปลี่ยนให้ปลูกพืชชนิดอื่น เช่นกรณีนาข้าวที่ดอนอาจเปลี่ยนเป็นอ้อย ที่ต้องส่งเสริมควบคู่ไปกับโรงหีบอ้อยไม่กินรัศมี 50 กิโลเมตร เป็นต้น ที่ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วที่บุรีรัมย์ กำแพงเพชร
"การขับเคลื่อนโซนนิ่งยอมรับว่ามีอุปสรรคในพื้นที่มาก เช่นกรณีนายทุนที่เข้าไปส่งเสริมในช่วงก่อนหน้านี้ อาจไม่ยินยอมและมีการปลุกระดม เกษตรกรไม่เข้าใจ ทั้งหมดนี้กระทรวงเกษตรไม่สามารถห้ามได้ แต่จะใช้วิธีงดการช่วยเหลือ ในขณะที่เกษตรที่อยู่ในเขตโซนนิ่งจะได้รับการช่วยเหลือที่ต่างกัน แต่ทั้งนี้การช่วยเหลือต่อไปจะยึดพื้นที่เป็นหลัก แทนการช่วยเหลือด้านราคาต่อกิโลกรัม เพราะเป็นวิธีการที่ไม่สามารถตวรจเช็คได้ว่าผลผลิตที่จ่ายเงินชดเชยไปนั้นเป็นของเกษตรกรจริงหรือไม่ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการไปแล้วกรณียางพารา แต่ทั้งนี้ เมื่อโซนนิ่งเกิดขึ้นคาดว่าปัญหาเหล่านี้จะลดลง" นายยุคลกล่าว









