วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชัชชาติ'ย้ำกู้2ล้านล้านปฏิวัติระบบขนส่งคุ้มค่า

"ชัชชาติ" ลั่นกู้ 2 ล้านล้านปฏิวัติระบบขนส่งคุ้มค่าแน่ ยันรถไฟความเร็วสูงไปเชียงใหม่ไม่เกี่ยวกับฐานเสียงรัฐบาล

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวในรายการ"รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" โดยชี้แจงถึง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ว่า เป็นโครงการที่เราทยอยทำใน 7 ปี และไตร่ตรองกันมานาน ทั้งหมด 53 ของโครงการ หลักๆ จะไปลงที่ระบบราง เพราะที่ผ่านมาเราลงทุนกับถนนค่อยข้างมาก 10 ปี ที่ผ่านมาดูตัวเลข 6 แสนกว่าล้านที่เราลงกับถนน รางแค่ 2หมื่นกว่าล้าน แต่รางเป็นระบบที่ถูกและก็ประหยัด และมลภาวะน้อย ดังนั้นใน 2 ล้านล้าน ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 7 แสนกว่าล้าน จะลงไปที่ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง ประมาณ 1,300 กิโลเมตรทั่วประเทศ 4เส้นทาง และรถไฟรางคู่ ประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ 2,900 กิโลเมตร และมีรถฟฟ้าในกรุงเทพฯอีกประมาณ 240 กิโลเมตร ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ 4 แสนกว่าล้าน มีการทำสถานีขนส่งสินค้า เพื่อกระจายสินค้า 15 แห่งตามจังหวัดหัวเมืองทั่วประเทศ เชื่อมกับทางรถไฟ ทำด่านศุลกากร และท่าเรืออีก 4 แห่ง ที่ จ.อ่างทอง จ.สงขลา และ จ.ชุมพร ท่าเรือปากบาราปรับปรุงแม่น้ำป่าสัก เพื่อการเดินเรือ

"พ.ร.บ. นี้ ไม่เป็นการอนุมัติเงินกู้ และไม่ใช่เป็นการอนุมัติโครงการแต่เป็นการเตรียมกรอบเงินไว้เฉยๆ จากนั้นแต่ละโครงการที่จะทำต้องมาผ่านกระบวนการในการอนุมัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทำ EIA HIA ผ่านกระทรวงการคลัง สำนักงบ สภาพัฒน์ฯ ให้ความเห็น ครม. อนุมัติขั้นสุดท้าย พออนุมัติผ่านแต่ละโครงการแล้วถึงจะนำไปกู้เงินและก็จะดำเนินการได้ เขาจะมีการกลั่นกรองอย่างละเอียดทุกโครงการทั้ง 53 โครงการ ทั้งนี้ผ่านสภาคือแค่กรอบ ไม่ได้แปรว่าอนุมัติแล้วผ่านสภาแล้วจะกู้ได้ เป็นแค่กรอบเท่านั้น ว่าถ้าจะทำโครงการเหล่านี้ 7 ปี จะเตรียมตัวกรอบนี้ไว้ให้ 2 ล้านล้าน แต่ละโครงการจะต้องมีการพิจารณาละเอียด ส่วนขั้นตอนแต่ละโครงการต้องทำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน EIA HIA ซึ่งหลายโครงการดำเนินการทำอยู่ ยื่นไปแล้วอยู่ที่ สผ. รถไฟทางคู่ 5 โครงการ เข้าใจว่ารถไฟความเร็วสูงก็ใกล้จะยื่นแล้ว" นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า การทำ EIA HIA เดินมาหลายโครงการแล้ว บางส่วนก็ต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว เมื่อเสร็จแล้วก็จะเสนอไปผ่านให้สำนักงบ ให้ความเห็นสภาพการเงินประเทศ กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ฯ ให้ความเห็นประกอบว่าโครงการนี้คุ้มทุนหรือไม่ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ต่างๆ อย่างไร จากนั้นจึงเสนอ ครม. อนุมัติเป็นรายโครงการ จะเห็นได้ว่า พ.ร.บ.นี้ไม่ได้เปลี่ยนวิธีการดำเนินโครงการการเลย ก็จะเหมือนการดำเนินโครงการตามปกติเพียงแต่เป็นการเตรียมแหล่งเงินเตรียมวิธีการหาเงินไว้ให้

ขณะนี้รถไฟรางคู่ 5 เส้นทาง ที่คาดว่าสามารถดำเนินการได้ในปีหน้า คือ เส้นไปนครปฐม หัวหิน เส้นไปทางภาคเหนือ ภาคอีสาน โดยอยู่ในกระบวนการ EIA แล้ว และจะมีถนน 4 เลน รวมถึง โครงการมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ- โคราช ก็พร้อมแล้ว และหลายโครงการก็เดินหน้าได้เลย เราจะไม่ทำอะไรที่ไม่คุ้มทุนหรือว่าตอบโจทย์ไม่ได้ ก็จะมีหน่วยงานที่เป็นอิสระเป็นกลาง และเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ มาช่วยดู สำหรับวงเงินการขนส่งทางน้ำนั้น ทางน้ำประมาณ 3 หมื่นกว่าล้าน แต่ต้องเรียนว่าน้ำเป็นข้อจำกัดทางกายภาพ เพราะเราไม่สามารถไปขุดแม่น้ำทั้งเส้นได้ ดังนั้นจะทำเสริมเท่าที่จำเป็น ซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทยก็มีงบลงทุนของเขาเอง การท่าเรือขยายเฟส 3 จึงไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า รถไฟรางคู่เป็นเรื่องธรรมดาที่เราทำมานาน 20 ปี ส่วนรถไฟรางคู่สามารถทำได้ทันทีในปีหน้า ใน 5 สาย และจะทำจนครบ 11 สาย ส่วนรถไฟความเร็วสูงแม้จะอนุมัติผ่านโครงการในปีหน้า แต่ก็ต้องรออีกกว่า 7 ปี รถไฟความเร็วสูงจึงจะเริ่มวิ่งได้ ซึ่งเป็นการกระจายความเจริญจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค สู่เพื่อนบ้าน เชื่อมหัวเมืองใหญ่กรุงเทพฯถึงเชียงใหม่ 3 ชั่วโมง จากปัจจุบันนั่งรถ 8 ชั่วโมง ดังนั้นมิติของความเร็วหรือที่เรียกว่า economy of speed จะเป็นตัวที่กระจายโอกาสเข้าสู่เมืองต่างๆ

เมื่อถามว่ามีการพูดกันว่าที่มีรถไฟความเร็วสูงวิ่งขึ้นเหนือมากๆ เพราะตรงนั้นเป็นฐานเสียงของรัฐบาล นายชัชชาติ กล่าวยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เราได้วิเคราะห์ทั้ง 4 เส้นทาง ไม่ได้วิเคราะห์แค่เชียงใหม่เท่านั้น แต่เนื่องจากเชียงใหม่เอง มีจำนวนประชากร นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นได้จาก สายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่ไปเชียงใหม่ ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่มี 2 ล้านคน จึงชี้ให้เห็นเชียงใหม่เป็นจุด แต่พอดีจุดหัวท้ายอยู่ไกล ฉะนั้นผู้โดยสารวิ่งเต็มเส้นทาง จึงทำให้มีผลตอบแทนที่มากขึ้น ดังนั้นโอกาสในการคุ้มทุนก็เร็วขึ้น