วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BAFS - ซื้อ

มีทั้งปัจจัยบวกระยะสั้นและระยะยาวหนุนผลประกอบการ

- ปริมาณการเติมน้ำมันเติบโตต่อเนื่อง
ปริมาณเติมน้ำมันของ BAFS ในเดือน ส.ค.เติบโตอีก 13% YoY เป็น 416 ล้านลิตร เป็นการเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน 6 เดือนติดต่อกัน ทำให้ปริมาณน้ำมันสะสมช่วง 8 เดือนของปีนี้เพิ่มจากปีก่อนแล้ว 8% ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินของสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง เราชอบ BAFS จากความเสี่ยงของธุรกิจเติมน้ำมันต่ำเพราะได้ประโยชน์จากการแข่งขันทางด้านราคาของกลุ่มธุรกิจสายการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่ขยายตัวในอัตราสูงทำให้รายได้เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ BAFS จะเริ่มรับรู้รายได้จากบริษัท FPT ใน 3Q56 ทำให้เราคาดหมายจะเห็นกำไรปกติของ BAFS เติบโตทั้ง QoQ และ YoY

- มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการจากการปรับเพิ่มอัตราค่าบริการวันที่ 1 พ.ย. นี้
เรามองว่า BAFS ยังมี Upside จากการปรับอัตราค่าบริการเติมน้ำมันสำหรับสายการบินราคาประหยัดที่สนามบินสุวรรณภูมิที่จะเริ่มวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยสัดส่วนสายการบินราคาประหยัดที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วง 8M56 คิดเป็น 7% ของจำนวนเที่ยวบินทั้งหมด เรายังไม่ได้รวมประเด็นนี้เข้าไปในประมาณการผลประกอบการเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลอัตราค่าบริการใหม่ แต่มองเป็นบวกกับ BAFS เพราะธุรกิจสายการบินราคาประหยัดมีอัตราการเติบโตสูงและมีสัดส่วนเมื่อเทียบกับเที่ยวบินรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสัดส่วน 5.7% ในเดือน พ.ย. 55 มาเป็น 8.3% ในเดือน ส.ค. 56

- มีแผนลงทุนเพิ่ม หนุนการเติบโตของผลประกอบการระยะยาว
BAFS มีแผนลงทุน 2 โครงการสำคัญ (1) โครงการสร้างถังน้ำมันดีเซล 3 ถัง (บรรจุ 30 ล้านลิตร) เพื่อให้บริษัทน้ำมันเช่าตามโครงการเพิ่มปริมาณสำรองของรัฐ (เริ่ม 1 พ.ย. 56) ซึ่งบริษัทมีใช้เงินลงทุน 210 ล้านบาท โดยก่อสร้างบนโครงสร้างพื้นฐานเดิมของคลังน้ำมันเดิมที่ย้ายไปสุวรรณภูมิ จะเริ่มก่อสร้างปี 2557 และ (2) TARCO (BAFS ถือหุ้น 90%) ได้รับสิทธิจาก AOT เพื่อลงทุนระบบส่งน้ำมันอากาศยานใต้สนามบินสุวรรณภูมิ (ระยะที่ 2) ใช้เงินลงทุน 770 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับเหมาคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จปลายปี 2557 และเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในปี 2559 พร้อมการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิระยะที่ 2 เรามองว่าทั้งสองโครงการจะสนับสนุนการเติบโตของ BAFS ในระยะยาว