"อำพน"จี้ฝ่ายบริหารบินไทยเพิ่มทางเลือกแก้ปัญหาแอร์บัส เอ 340-500 ยันต้องมีเหตุผลแจงผู้ถือหุ้น หากขายต่ำกว่าราคาบุ๊คแวลูกว่า 43 ล้านดอลลาร์
การแก้ปัญหาเครื่องบิน แอร์บัส เอ 340- 500 จำนวน 4 ลำ ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยผู้รับผิดชอบเรียกร้องให้ผู้บริหารการบินไทย ศึกษาทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากเครื่องบิน นอกเหนือจากแนวทางการขายเครื่องบิน
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวฝ่ายบริหารเคยเสนอให้คณะกรรมการการบินไทยพิจารณาผลการเจรจาขายเครื่องบินแอร์บัสเอ 340-500 จำนวน 1 ลำ ในราคา 23.5 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นราคาต่ำ เพราะมูลค่าทางบัญชีของเครื่องบินลำนี้ อยู่ที่ 67.07 ล้านดอลลาร์ ที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายบริหารเจรจาเพื่อขอเพิ่มราคา หากไม่สามารถเจรจาได้ ต้องหาแนวทางอื่นในการใช้ประโยชน์เครื่องบิน
"บอร์ดการบินไทยไม่เคยมีความเห็นต่างเรื่องขายแอร์บัส เอ 340-500 แต่การขายราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี กว่า 40 ล้านดอลลาร์ ต้องชี้แจงได้ เป็นเรื่องของธุรกิจที่ต้องชี้แจงได้ว่า คุ้มค่าหรือไม่ เพราะบอร์ดต้องรายงานผู้ถือหุ้นว่าเหตุใดจึงยอมขายขาดทุนจำนวนมาก" นายอำพน กล่าว
ทั้งนี้ สิ่งที่ฝ่ายบริหารการบินไทย ต้องดำเนินการคือเจรจาต่อรองราคากับผู้ยื่นข้อเสนอซื้อเครื่องบิน หรือหาแนวทางอื่นในการใช้ประโยชน์จากเครื่องบิน รวมทั้งศึกษามูลค่าความเสียหายหากต้องจอดเครื่องบินไว้ต่อไป เพื่อเป็นทางเลือกให้คณะกรรมการการบินไทยพิจารณา ไม่ใช่เสนอเพียงแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการการบินไทยจะเลือกแนวทางที่ดีที่สุด
แนะปรับปรุงเครื่อง-เจรจาผู้ผลิต
ด้าน พลเอกพฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้การบินไทยแก้ปัญหาแอร์บัส เอ 340-500 จำนวน 4 ลำ ตั้งแต่ช่วงที่เข้ามารับตำแหน่ง เพราะทราบว่ามีปัญหาจะนำไปให้บริการต่อไป ก็ประสบปัญหาขาดทุน เพราะเป็นเครื่องบินที่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ถ้าจะจอดทิ้งไว้ก็ต้องถูกปรับด้อยค่า ตนไม่ต้องการให้จอดทิ้ง ต้องการให้นำไปใช้ประโยชน์ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรเป็นเรื่องที่คณะกรรมการการบินไทยจะตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ เห็นว่าการบินไทยควรพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์เครื่องบิน เช่น การปรับปรุงเครื่องบินให้เป็นที่นั่งชั้นธุรกิจทั้งลำ หรือใช้เป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสาร รวมทั้งเจรจากับบริษัทผู้ผลิตเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องบินแอร์บัสรุ่นอื่นแทน การบินไทยต้องศึกษาแนวทางต่างๆ และเลือกแนวทางที่ได้รับประโยชน์สูงสุด
"ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากเครื่องแอร์บัส เอ 340-500 เป็นผลจากในอดีต ในช่วงเวลานั้นผู้เกี่ยวข้องเห็นว่าการบินระยะไกลมีประโยชน์ แต่สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม ต้องแก้ปัญหาให้ดีที่สุดว่าจะทำอย่างไร"
เงินประกัน2.5ล้านดอลล์ไม่มีผลผูกพัน
แหล่งข่าวจาก การบินไทย กล่าวว่า กรณีที่บริษัท AVCON Worldwide ผู้เสนอซื้อแอร์บัส เอ 340-500 ชำระเงินประกัน (Security Deposit) งวดที่ 1 จำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์ ให้การบินไทยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อเป็นค่ามัดจำเครื่องบิน 1 ลำ ถือเป็นการวางเงินโดยที่ไม่มีสัญญาใดๆ หากการบินไทยไม่ขายเครื่องบินก็จะคืนเงินให้ AVCON เรื่องนี้ไม่มีผลทางกฎหมาย ส่วนเงิน 2.5 ล้านดอลลาร์ ก็เป็นเรื่องที่ AVCONเป็นผู้เสนอเงินส่วนนี้เอง
"แอร์บัส เอ 340-500 เป็นเครื่องบินที่ดี ถูกออกแบบให้ทำการบินในระยะไกลได้ โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมัน แต่ข้อเสียคือมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันสูง จึงไม่เหมาะกับภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น"
เอวีคอนจี้บินไทยส่งหนังสือชี้แจง
ด้านผู้แทนจาก AVCON กล่าวว่า ช่วงปลายเดือนส.ค. ที่ผ่านมา บริษัทได้ทำหนังสือถึงการบินไทย เพื่อยืนยันความต้องการซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 จำนวน 4 ลำ โดยเสนอราคา 23.5 ล้านดอลลาร์ สำหรับเครื่องบินลำที่ 4 การบินไทยรับมอบเมื่อปี 2550 ส่วนอีก 3 ลำ รับมอบในปี 2548 เสนอราคาลำละ 18-20 ล้านดอลลาร์ เพราะยังไม่ได้ตรวจสอบสภาพเครื่องบินว่ามีความสมบูรณ์พร้อมใช้งานมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ ราคาเสนอซื้อ 23.5 ล้านดอลลาร์ สำหรับเครื่องบินลำที่ 4 ถือเป็นราคาที่เหมาะสม แม้จะต่ำกว่าราคาตลาดที่ 66.9 ล้านดอลลาร์ เพราะราคาตลาดเป็นราคาของเครื่องบินที่มีสภาพพร้อมทำการบินทันที ต่างจากเครื่องของการบินไทยที่อุปกรณ์บางชนิดต้องเปลี่ยนใหม่ รวมทั้งต้องนำเครื่องเข้ารับการซ่อมบำรุงใหญ่ และ แอร์บัส เอ 340-500 ทั้ง 4 ลำของการบินไทยยังติดตั้งเก้าอี้ของบริษัทโคอิโตะ ซึ่งจะสามารถใช้งานได้อีกประมาณ 2 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นต้องเปลี่ยนเป็นยี่ห้ออื่น หากจะนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์ ขณะที่ใบอนุญาตทำการบินของเครื่องดังกล่าวหมดอายุแล้ว
"บริษัทไม่ขัดข้องหากการบินไทยจะไม่ขายเครื่องบินดังกล่าว แต่ต้องการหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการลงนามโดยผู้มีอำนาจ เพื่อจะชี้แจงต่อผู้ซื้อต่อไป การตอบปฏิเสธผ่านอีเมลหรือบอกด้วยวาจา ไม่ใช่วิธีการทำธุรกิจของบริษัทชั้นนำ"
แจงมีหลายสายการบินขาย เอ340-500
ในขณะนี้มีหลายสายการบินประกาศขายเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 เช่น แอร์ แคนาดา เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ ซึ่งเป็นเครื่องบินที่มีสภาพพร้อมใช้งานได้ทันที บางสายการบินได้ยื่นข้อเสนอมายังบริษัทแล้ว แต่บริษัทไม่สามารถเจรจากับสายการบินอื่นได้ เพราะต้องรอความชัดเจนว่าการบินไทยจะขายแอร์บัส เอ 340-500 หรือไม่
ส่วนการระบุว่าการขายเครื่องบินในราคาต่ำกว่าราคาตลาดหรือต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี อาจส่งผลให้ผู้อนุมัติถูกตรวจสอบจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นั้น ประเด็นดังกล่าวสามารถชี้แจงได้ ปัจจุบันเครื่องรุ่นนี้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมากนัก มีผู้เสนอขายหลายราย ราคาจึงตกค่อนข้างมาก หากจอดทิ้งไว้ต่อไปการบินไทยจะมีภาระทั้งค่าจอด ค่าซ่อมบำรุง และ ราคาจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จะสร้างความเสียหายต่อองค์กรมากกว่า









