วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนแห่ออกหุ้นกู้รับดอกเบี้ยขาขึ้น

บจ.ไทยออกหุ้นกู้ เตรียมรับดอกเบี้ยขึ้น หลังพันธบัตรไทยสหรัฐดอกเบี้ยขึ้นชัดเจน SCCออกสูงสุด 2 หมื่นล้าน นักวิเคราะห์ชี้นิยมออกหุ้นกู้ 3-5 ปี

บริษัทจดทะเบียนไทยมีแนวโน้มออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนมากขึ้น โดยจากการรวบรวมพบว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีการออกหุ้นกู้รวมกันมากกว่า 51,170 ล้านบาท โดยมีบริษัทปูนซีเมนต์ไทย( เอสซีจี) จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ออกหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 4 ปี เสนอขายระหว่าง 1-30 กันยายน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2 ประจำปี 2556 โดยแบ่งเป็น 3 ชุด มูลค่า 4,000 ล้านบาท ระยะเวลา ครบกำหนดไถ่ถอน 5-10 ปี โดยชุดแรกมีมูลค่า 1,250 ล้านบาท อายุหุ้นกู้ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.58 % ปี ชุดที่ 2 มูลค่า 1,250 ล้านบาท อายุหุ้นกู้ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.88 % ต่อ ปี และ ชุดที่ 3 มีมูลค่า 1,500 ล้านบาท อายุหุ้นกู้ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.16 % ต่อปี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ออกหุ้นกู้มูลค่า 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5.12 % อายุ 10 ปี

บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PL เสนอออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2 มูลค่า 400 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.93 % ระยะเวลา 3 ปี 24 วัน บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK อนุมัติออกหุ้นกู้มูลค่าเสนอขาย 300 ล้านบาท อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.75 % บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TKเสนอออกหุ้นกู้ มูลค่า 570 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.98 % ต่อปี และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ออกเสนอขายหุ้นกู้กับนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ จำนวน 500 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 15,900 ล้านบาท อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.707 %

นอกจากนี้ บริษัทซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ยังอยู่ระหว่างการขอมติผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 กันยายน ในการเสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 90,000 ล้านบาท

นายกิจพล ไพรศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกร จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มที่จะระดมทุนผ่านหุ้นกู้เยอะขึ้น เนื่องจากดอกเบี้ยนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นขาขึ้นมากขึ้น ตามทิศทางของดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้

"บริษัทจดทะเบียนไทยนั้นมีแนวโน้มที่จะออกหุ้นกู้มากขึ้น สาเหตุมาจากต้องการล็อกต้นทุน ให้อยู่ในระดับที่ต่ำ เพราะอัตราดอกเบี้ยจากเงินกู้นั้นมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ตามทิศทางของผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยและสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง"

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ค่อนข้างมีบริษัทจดทะเบียนที่ธุรกิจค่อนข้างหลากหลาย ทั้งกลุ่มเช่าซื้อหรือกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ โดยบริษัทจดทะเบียนที่ต้องการออกหุ้นกู้นั้น ส่วนใหญ่มักจะออกหุ้นกู้ที่มีอายุไม่เกิน 3-5 ปี เพราะปัจจุบันนักลงทุนให้ความนิยมที่จะซื้อหุ้นกู้ในอายุดังกล่าว หากซื้อหุ้นกู้ที่มาอายุค่อนข้างยาวจะทำให้มีความเสี่ยงที่สูง

หากบริษัทจดทะเบียนรายใดมีความต้องการที่จะออกตราสารหนี้ระยะยาว อาจต้องเพิ่มต้นทุนในการระดมทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทิศทางของการออกหุ้นกู้หลังจากนี้นั้น เชื่อว่าจะมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปลายปี