ทอท.เตรียมปรับแผนอพยพผู้โดยสารออกจากรันเวย์ เสนอรับหน้าที่แทนสายการบิน เหตุคุ้นเคยพื้นที่มากกว่า
น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยภายหลังการซ้อมปฏิบัติงานในเหตุการณ์ฉุกเฉินของฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัยภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า เหตุการณ์เครื่องบินแอร์บัสเอ 330-300 เที่ยวบินที่ทีจี 679 ไถลออกนอกทางวิ่ง (รันเวย์) ว่าเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ และรุนแรงที่สุดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตั้งแต่เปิดให้บริการมากว่า 7 ปี ซึ่งการปฏิบัติงานในขณะเกิดขึ้นถือว่าทุกฝ่ายปฏิบัติงานได้ดีเยี่ยม
อย่างไรก็ตาม ทอท.จะนำเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไปปรับแผนเผชิญเหตุว่าต้องแก้ไขอะไรเพิ่มเติมบ้าง โดยเฉพาะการอพยพผู้โดยสารหลังจากผู้โดยสารออกจากเครื่องบินและนำไปส่งที่อาคารผู้โดยสาร ซึ่งปกติเป็นหน้าที่ของสายการบิน แต่เมื่อเกิดเหตุพบปัญหาว่าเจ้าหน้าที่สายการบินไม่คุ้นเคยกับรันเวย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทอท.จะคุ้นเคยมากกว่า ดังนั้น ทอท.อาจจะปรับการให้บริการดังกล่าวเอง โดยจะเตรียมรถรับส่งผู้โดยสารและนำไปส่งที่อาคารผู้โดยสาร ซึ่งทอท.จะต้องไปเพิ่มเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์รองรับให้เพียงพอกับเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุด คือ แอร์บัสเอ 380 ซึ่งจุผู้โดยสารได้กว่า 500 คน
ทั้งนี้ ยืนยันว่าทอท.มีห้องรับรองผู้โดยสารและทางเข้าออกกรณีฉุกเฉินภายในอาคารเทียบเครื่องบินฝั่งเที่ยวบินภายในประเทศ แต่ในขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่ทราบ ทำให้ไปส่งผู้โดยสารในช่องทางปกติ ซึ่งตามขั้นตอนนั้น หากนำผู้โดยสารมายังห้องรับรองดังกล่าว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็จะเข้ามาอำนวยความสะดวก ซึ่งผู้โดยสารจะมีปัญหาไม่มีเอกสารเดินทาง เพราะกระเป๋าอยู่บนเครื่องบิน หรือสูญหายระหว่างอพยพ
นอกจากนี้ ทอท.ยังได้เตรียมปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร โดยจะตั้งศาลแขวงสาขาประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะช่วยผู้โดยสารที่ทำเอกสารเดินทางหาย หรือถูกขโมยทรัพย์สิน ให้สามารถแจ้งความได้ที่ศาลดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องเสียเวลาในการดำเนินงานตามกฎหมาย ซึ่งปกติจะต้องเสียเวลาอย่างน้อย 1 วัน โดยศาลดังกล่าวจะเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง คาดว่าภายในวันที่ 23 ก.ย.นี้จะเปิดให้บริการ และจะเป็นท่าอากาศยานแรกในโลกที่มีศาลให้บริการในท่าอากาศยาน









