วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯถกโต๊ะกลมชวนอิตาลีลงทุนไทย

นายกฯถกโต๊ะกลมชวนนักธุรกิจอิตาลีลงทุนไทย พร้อมเสนอแนวคิดในการร่วมกันออกแบบและผลิต หรือ Co-Design และ Co-Production

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อเวลา 16.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปที่หอการค้ามิลาน เพื่อเข้าร่วม ITALY-THAILAND BUSINESS FORUM โดยมีนักธุรกิจจากทั้งอิตาลีและไทย เข้าร่วมรับฟังการกล่าวเปิดสัมมนาโดยนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงของอิตาลีได้เข้าร่วมหารือแบบโต๊ะกลมกับนายกรัฐมนตรีด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณหอการค้ามิลานที่จัดงาน Italy-Thailand Business Forum และยินดีที่มีโอกาสเยือนนครมิลาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของโลกด้าน แฟชั่น การออกแบบ และ ไลฟ์สไตล์ โดยปัจจุบันมิลานเป็นอันดับที่ 30 ของเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ด้วยอัตรา GDP ที่สูงที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมนครมิลาน ที่มีการผสมผสานระหว่างศิลปะและประสิทธิภาพเข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งมีงานฝีมือทีใช้เทคโนโลยี โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าความสำเร็จเหล่านี้ มีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้สินค้าที่ผลิตในอิตาลีจึงเป็นที่ต้องการทั้งในเอเชียและทั่วโลก

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนไทยและอาเซียนล้วนต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งหมายถึงความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นไทยและอิตาลีสามารถทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าของสินค้าให้ตอบสนองความต้องการของตลาดผู้บริโภคระดับสูง โดย นายกรัฐมนตรีเสนอแนวคิดในการร่วมกันออกแบบและผลิต หรือ Co-Design และ Co-Production โดยผสมผสานจุดแข็งของสองประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า เช่น ไทยมีวัตถุดิบ ทักษะ รายละเอียด และแรงงานีมือ ซึ่งจะบวกเข้ากับคุณภาพและความเชี่ยวชาญของอิตาลี ในการสร้างสรรค์การออกแบบ การตลาดระดับโลก และกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ เป้าหมายคือ การผลิตสินค้าคุณภาพสูงที่ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและการจ้างงานของทั้งสองประเทศ

นายมาริโอ้ จิโร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีกล่าวว่าสนับสนุนแนวคิดของนายกรัฐมนตรี โดยอิตาลีมีความต้องการเป็นพันธมิตรด้านการค้าและการลงทุนอย่างใกล้ชิดกับประเทศไทย เพราะขณะนี้เศรษฐกิจโลกเป็นลักษณะเชื่อมโยงถึงกันหมดแบบโลกาภิวัฒน์ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักธุรกิจอิตาลีที่มองหาตลาดใหม่ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยได้ขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาเยือนอิตาลีเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ห่างหายกันไปนาน โดยหวังว่าจะเกิดโครงการใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อทำให้มีความใกล้ชิดกัน แม้จะมีความห่างกันทางภูมิศาสตร์ก็ตาม

นายบรูโน เออร์โมลี ประธานหอการค้ามิลาน ได้กล่าวว่าไทยมีความสำคัญมากต่อมิลาน เพราะเป็นประตูสำคัญสู่เอเชีย ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้ดี มีการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศรวมถึงอิตาลีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาบทบาทอาจจะอยู่ที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ในขณะนี้ได้มีความร่วมมือกันจากหอการค้าหลายแห่งในประเทศอิตาลีที่จะเสริมบทบาทอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ให้มีบทบาทในการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งหวังว่าเอสเอ็มอีของอิตาลี จะได้มีโอกาสผูกสัมพันธ์และทำงานร่วมกับเอสเอ็มอีของไทยในการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจและบุคลากร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อฐานรากของเศรษฐกิจทั้งสองประเทศ